
เพลาขับ อุปกรณ์สำคัญในการถ่ายทอดพละกำลังที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะกับรถที่ขับเคลื่อนล้อหน้าที่นอกจากจะรับหน้าที่ผลักดันให้ล้อและยางหมุนเพื่อเคลื่อนตัวแล้ว ยังต้องรองรับการหักเลี้ยวของล้อคู่หน้า และยืดหดได้ตามการยุบตัวของล้อด้วย ยังผลให้หัวเพลาขับต้องรับภาระที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสไม่น้อย หัวเพลาขับจึงเป็นอะไรที่ต้องการการใส่ใจและปกป้องเป็นพิเศษ เพราะค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหัวเพลานั้นไม่น้อยเลยนะครับ
ก็อย่างที่ “นาย T” ได้เกริ่นไปแล้วนั้น เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ปกป้องหัวเพลาด้วยการกันไม่ให้สิ่งสกปรกต่างๆ เข้ากล้ำกลาย เพราะนั่นคือการบั่นทอนอายุการใช้งานของหัวเพลาอย่างดีเลยล่ะครับ ดังนั้นถ้าหากดูแลยางหุ้มเพลาดีๆ ก็จะเป็นปัจจัยที่เอื้อให้หัวเพลาทนทานขึ้นด้วยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องอาศัยพฤติกรรมของคนขับร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวหรือเลี้ยวอย่างรุนแรง เหล่านี้ก็ล้วนแต่ทำให้หัวเพลาสึกหรอเร็วกว่าเดิมได้ทั้งนั้น ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่าว่าในการตรวจเช็คสภาพของยางหุ้มเพลานั้น ต้องทำอย่างไรกันบ้าง ?
ถ้าให้ “นาย T” แนะนำ การเข้าศูนย์บริการหรืออู่ที่มีฮอยสท์จะง่ายกว่าครับ เพราะตัวฮอยสท์จะแน่นหนาและช่วยให้การตรวจเช็คนั้นรวดเร็วกว่าครับ หลังจากที่ประจำบนฮอยสท์ที่ยกจนสูงพอประมาณเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ชำเลืองไปที่บริเวณหลังดุมล้อหน้าได้เลยครับ เราก็จะเห็นยางหุ้มเพลาสีดำๆ รูปทรงโคนเป็นหยักๆ เกาะอยู่ที่หลังดุมล้อ ซึ่งหากยางหุ้มเพลายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ก็จะมีเพียงคราบฝุ่นเกาะอยู่ที่โดยรอบเท่านั้น แต่หากมีคราบเยิ้มๆ ของจารบีติดมาด้วยล่ะก็ มีแววที่จะได้เสียเงินแล้วล่ะครับ
แต่เพื่อความชัวร์ให้ลองหมุนล้อโดยรอบ ซึ่งก็จะรวมไปถึงเข็มขัดรัดปลายยางหุ้มเพลาทั้ง 2 ด้านด้วย เพราะถ้าหากขาดหรือบาดยางหุ้มเพลาล่ะก็ อาจมีสิทธิ์ที่สิ่งสกปรกจะเข้าสู่หัวเพลาและมีจาระบีด้านในจะเล็ดรอดออกในไม่ช้า ตามมาการหัก
เลี้ยวล้อไปทางซ้ายและขวา ก็เพื่อดูรอยปริของยางหุ้มเพลา ซึ่งบางทีอาจมองไม่เห็นหากไม่หักเลี้ยว จากนั้นก็มาหมุนให้ครบรอบเพื่อตรวจเช็ครอยปริหรือขาด ซึ่งหากตรวจพบแม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรจะรีบเปลี่ยนในทันที เพราะการปริแม้จะเพียง
เล็กน้อย ก็สามารถที่จะดันจาระบีภายในให้ออกมาได้แล้ว ซึ่งนั่นก็หมายถึงการรับเอาสิ่งสกปรกเข้าไปทำร้ายชิ้นส่วนต่างๆ ในหัวเพลาได้ด้วยเช่นกัน
ลางบอกเหตุอีกอย่างก็คือ คราบจาระบีบริเวณขอบล้อด้านใน ซึ่งถ้าถึงขั้นนั้นแล้วล่ะก็ “นาย T” แนะนำว่าควรจะรีบเปลี่ยนยางหุ้มเพลาโดยด่วนเลยครับ เพราะในขณะที่ล้อรถหมุนนั้น จาระบีที่ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานและการเสียดสีของโลหะ
ภายในหัวเพลานั้นจะถูกเหวี่ยงอยู่ตลอด ในกรณีที่ยางหุ้มเพลายังกักเก็บไว้ได้ดี ปัญหาก็มักจะไม่ค่อยเกิด แต่เมื่อใดที่ยางหุ้มเพลาเริ่มปริ จาระบีก็มีโอกาสที่จะเล็ดรอดออกสู่ภายนอกได้ นั่นหมายความว่าโลหะจะได้กระทบกระทั่งกันเองโดยไม่มี
ตัวกลางคอยห้ามปราม แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือจะเป็นการเปิดโอกาสให้สิ่งสกปรกต่างๆ เข้าร่วมวงด้วยนั่นเองครับ ค่ายางหุ้มเพลา (แท้ๆ) กับค่าแรงที่เปลี่ยนนั้น ยังไงก็ถูกกว่าเปลี่ยนหัวเพลานะครับ
ขอขอบคุณข้อมูล E-toyotaclub.com
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ยางหุ้มเพลา..ถ้าปล่อยให้ขาด ก็เป็นเรื่อง "