
เปิดประสบการณ์ กับ Michelin Pilot Sport 4S ยาง Supercar ในสนามแข่งระดับโลก Yas Marina Circuit กับงาน 2017 Michelin Passion Day
เชื่อว่าฝันของบรรดาผู้รักการขับรถทั้งหลาย คือ การได้ขับรถแข่ง (รถที่ใช้แข่งขันจริง) ในสนามกันแบบเต็มๆ สักครั้งในชีวิต
เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ผู้เขียนเองได้มีโอกาสไปฉลองวันเกิด สานฝันในแบบฉบับของคันรักรถทั้งหลาย กับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในสนามแข่งรถระดับโลก นับได้ว่าเป็นการสานฝันให้กับผู้รักความเร็ว ที่มีจิตวิญญาณในวงการ Motorsport อย่างแท้จริง โดยทาง 9carthai ของเราได้รับเชิญจากทาง Siam Michelin เข้าร่วมกิจกรรม 2017 Michelin Passion Days ณ สนาม Yas Marina Circuit กรุงอาบูดาบี ประเทศ UAE
การใช้ชื่อทริปนี้ ว่า Michelin Passion Days เพื่อ เป็นการสานฝันต่อยอดความมี Passion ในการขับรถให้แก่บรรดา ผู้รักความเร็ว และการขับขี่ในสไตล์ Motorsport
ทริปนี้ได้เริ่มเดินทางออกจากประเทศไทยตั้งแต่เช้าวันที่ 22 เม.ย. เดินทางถึง กรุงอาบูดาบี ในช่วงเที่ยง เราก็ไปรับประทานอาหารกันที่โรงแรม YAS VICEROY ซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่ในตัวสนาม Yas Marina Circuit หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยัง Ferrari World Abu Dhabi สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้กับรถไฟเหาะที่เร็วที่สุดในโลก 0-240 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที เรียกได้ว่ากระตุ้นอะดรีนาลีน ก่อนสูบฉีดกันในสนามระดับโลกในวันรุ่งขึ้น
หลังสนุกกันพอแล้วก็กลับเข้าโรงแรม YAS VICEROY เพื่อพักผ่อน เตรียมความพร้อมสำหรับประสบการณ์ MICHELIN Passion Days! ในสนาม Yas Marina Circuit วันรุ่งขึ้น
ห้องที่ผู้เขียนพักนั้นเมื่อเปิดหน้าต่างออกมามองลงมาด้านล่างจะพบกับโค้ง T19 ของสนามพอดิบพอดี ได้ยินเสียงรถแข่งกดคันเร่งออกจากโค้ง 19 (หากดูจากรูปสนามจะเป็นส่วนไกปืน) กันแบบเต็มๆโสตประสาท
ในคืนแรกนี้ ผู้เขียนแอบมีนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากในคืนวันที่ 22 (วันเสาร์) ทางสนามฯ ได้เปิดให้ขับรถแข่ง Formula 3000 กันตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงเที่ยงคืน (เวลาไทยตี 3) กว่าเสียงจะเงียบสงบลงและหลับได้
ตื่นเช้ามาในวันที่ 23 เม.ย. เรารับประทานอาหารกันเสร็จ ก็พร้อมออกเดินทางไปยังสนาม Yas Marina แม้ว่าโรงแรมที่เราพักจะรายล้อมด้วยสนาม แต่เราจำเป็นต้องนั่งรถ Bus ออกมาจากโรงแรมไปยังถนนใหญ่แล้วจึงค่อยเลี้ยวเข้ามายังสนามและมุ่งหน้าสู่ Pit หลัก เมื่อมาถึงก็จะมีสต๊าฟของทาง Michelin คอยต้อนรับพวกเราอยู่เช่นเคย เราเดินไปที่ห้องล็อกเกอร์ เพื่อเปลี่ยนใส่ชุด Racing Suit และรองเท้า Racing ที่ทาง Michelin ได้เตรียมไซส์ไว้ให้อย่างพอเหมาะ หลังจากนั้น ก็ออกมาที่ห้องตรวจวัดความดัน เมื่อเสร็จเรียบร้อย ก็มารับฟังการบรรยายถึงกิจกรรมทั้งหมดในวันนี้
ทีมสื่อมวลชนไทยเรา เนื่องจากมีเพียงแค่ 4 ท่าน เราจึงได้อยู่รวมกลุ่มกับสื่อเกาหลีใต้อีก 2 ท่าน ในกลุ่มสีเหลือง
เริ่มต้นช่วงเช้าเป็น Session ไฮไลท์เลย นั่นก็คือ การทดสอบสมรรถนะของยางที่เตรียมจะเปิดตัวใหม่ ในประเทศไทย Pilot Sport 4S หลายคนอาจจะงง ว่า Pilot Sport 4 เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานเองนิ?
ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ทาง Michelin ได้วางตลาดของ Pilot Sport 4S เป็นยางสมรรถนะสูงสำหรับรถ Supercar ซึ่งเป็นกลุ่มที่สูงกว่า Pilot Sport 4 โดยจะเข้ามาทำตลาดแทน Pilot Super Sport ซึ่งตัว Pilot Super Sport เองนั้นได้รับการยอมรับจากสื่อ และผู้ใช้ทั่วโลกในเรื่องของสมรรถนะที่ดีเยี่ยม
มาเข้าในเรื่องของการทดสอบกันเลย Session นี้ จะจัดขึ้นในฝั่ง North Grandstand (ปลายปืน) เราจะได้ขับรถ VW Golf R ซึ่งสวมยาง PS 4S ใหม่ และ ยาง Pirelli P-Zero เพื่อทำการเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างของสมรรถนะ โดยจะวิ่งทั้งหมด 3 Lap
เริ่มตั้งแต่ Slalom ด้วยความเร็วคงที่ 60 กม./ชม. ผู้เขียนพบว่าในช่วง Slalom นั้นยาง PS 4S ให้สัมผัสการยึดเกาะที่ดีกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจนตั้งแต่ การหักพวงมาลัย Slalom ใน Pylon ที่ 2 อาการโยนตัวของรถน้อยกว่าคู่แข่งอย่างสัมผัสได้
ก่อนที่จะมาทดสอบระยะเบรกบนพื้นผิวแห้ง โดยให้ออกตัวจากความเร็ว 0 กดคันเร่งให้สุด ก่อนที่จะถึง Pylon ที่ตั้งไว้ และให้กระทืบเบรกจน ABS ทำงาน ไม่ว่าความเร็วสุดท้ายก่อนเบรกจะเป็นเท่าไร แต่ V-Box ที่ได้ตั้งค่าเซ็ทเอาไว้นั้นจะวัดตั้งแต่ 80 – 0 กม./ชม. เท่านั้น ในส่วนนี้ผู้เขียนพบว่า อาจไม่เห็นความแตกต่างมากนัก แต่เมื่อสังเกตจากตัวเลขที่ V-Box อ่านค่าออกมา นั้นจะพบว่า PS 4S นั้นมีระยะเบรกบนผิวแห้งที่ดีกว่าเล็กน้อย (ในส่วนนี้จะขึ้นกับ น้ำหนักเท้าของแต่ละท่านด้วย)
หลังจากทดสอบระยะเบรกเสร็จก็มีช่วงให้ Free Run เล็กน้อย ให้ขับตามไลน์สนามที่มีโค้งคดเคี้ยว แคบๆ ประมาณ 5 โค้ง
ซึ่งผู้เขียนสัมผัสได้ว่า Golf R คันที่สวมยาง PS 4S จะเข้าโค้งได้ลึกว่า ด้วยความเร็วที่สูงกว่าของคู่แข่ง มี Grip การยึดเกาะที่ดีกว่า
หลังจากจบ Session เช้า ช่วงสายเราไปต่อกันที่รถแข่ง Renault Clio IV Touring Car ซึ่งผู้เขียนได้เคยสัมผัสไปแล้วในกิจกรรม 2016 MPSE ที่ผ่านมา รถคันนี้มีกำลัง 220 แรงม้า bhp มีน้ำหนัก 1,080 ก.ก. ส่งกำลังผ่านเกียร์ Sequential 6 Speed สวมยาง Racing Soft Compound
ก่อนที่จะให้เราลงไปขับจริงนั้น พวกเราต้องขึ้นรถ CLA45 AMG เพื่อดูไลน์สนามโดย Instructor กันก่อน 1 รอบ
โดยการทดสอบใน Session นี้ จะเป็นการทดสอบในซีกสนามฝั่ง South (ตัวด้ามปืน) ซึ่งเป็นไลน์สนามที่ค่อนข้าง Tricky พอสมควร เมื่อดูไลน์สนามครบ 1 รอบ พร้อมแล้วกระโดดขึ้นรถ Clio Touring Car กันเลย โดย Instructor ของเรานั้นได้อดีตนักแข่งไทย ฝีมือดีอย่าง คุณช็อป อวิรุทธ์ ช่วยดูแล และแนะแนวทางการให้กับเราโดยสื่อสารผ่านระบบ Intercom
เช่นเคยกับที่เคยขับไปก่อนหน้าแล้วเมื่อปีก่อน การออกตัวนั้นจะต้องเติมคันเร่งให้มากหน่อย ประมาณ 3,000rpm เพื่อออกตัวให้สมูทได้โดยไม่ดับ
หลังจากออก Pit ก็ค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับรถกันอีกสักครั้ง บนสนามใหม่แห่งนี้ ในรถคันนี้
เราต้องกะน้ำหนักแป้นเบรกกันใหม่ ในช่วงสุดทางตรง เนื่องจากแป้นเบรกแข็งเอาเรื่อง เพราะว่ามันไม่มีหม้อลมเบรก แต่ในรอบหลังๆ เราสามารถเบรกให้ลึกกว่าที่ทางทีมงานได้ตั้ง Pylon เอาไว้เมื่อเริ่มชิน
การขับเจ้า Clio IV คันนี้ ที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า และท้ายเบา จะต้องระวังในจังหวะเบรกกับไลน์สนามทางฝั่ง South นี้ โดยต้องพยายามเบรกให้หนักในจังหวะที่ล้อตรงก่อน และค่อยปล่อยไหลช่วงนึงแล้วจึงค่อยเลี้ยว ต้องระมัดระวังไม่ให้เลี้ยวเร็วเกินไปเนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า หากเลี้ยวเร็วไปจะส่งผลให้ไปบานตอนออกโค้ง รวมถึงการบาลานซ์วงเลี้ยวของพวงมาลัยด้วยด้วยจะต้องหักวงเลี้ยวให้มากหน่อย กับรถ Touring ขับเคลื่อนล้อหน้าคันนี้
ยิ่งขับหลายรอบยิ่งแม่นไลน์ขึ้นบอกเลยว่า สนุกและท้าทาย เราสามารถเข้าโค้งได้รวดเร็ว รวมถึงจังหวะออกโค้งเติมคันเร่งได้มากขึ้น ขอบคุณยาง Racing Slick Soft Compound ที่ช่วยให้การยึดเกาะถนนนั้นเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม สนุกจนแทบไม่อยากจะกลับไปทานข้าวเที่ยงเลย
หลังจากเสร็จ Session สาย ขับ Renault Clio IV Touring Car แล้ว เราก็มีเวลาประมาณ 45 นาที ทานมื้อเที่ยง
เมื่อทานอาหารเติมพลังเสร็จ ช่วงบ่ายมานั่งเรียนทำความรู้จักกับยาง Michelin Pilot Sport 4S ใหม่ ภายในห้องแอร์กันต่อ
ในช่วงบ่าย
เริ่มต้นช่วงบ่ายด้วยการเข้าคลาสเรียนรู้เกี่ยวกับยาง Michelin Pilot Sport 4S กันต่อ
Michelin Pilot Sport 4S เป็นยางรถในระดับ Supercar ที่มาแทน Pilot Super Sport ซึ่งได้มีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Response ทำให้หน้ายางสามารถกระจายแรง และอุณหภูมิได้ดีกว่าเดิม จึงช่วยให้การเลี้ยวรถทำได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยี Bi-Compound (เนื้อยางด้านนอกและด้านในต่างกัน) ซึ่งส่งผลให้มีสมรรถนะการเบรกที่ดีเยี่ยมทั้งบนถนนเปียกและแห้ง
จากผลการทดสอบยางสมรรถนะสูง นั้น Michelin Pilot Sport 4S ได้การันตีคุณสมบัติอันดับ 1 ถึง 3 ส่วนเรื่องด้วยกัน ได้แก่
1. เป็นยางที่ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดบนพื้นแห้ง
ทดสอบบน สนามที่มีระยะ 2.6 กม./รอบ ผลการทดสอบจาก TÜV SÜD ประเทศเยอรมนี
2. เบรกได้ระยะสั้นที่สุดพื้นผิวที่แห้ง และเปียก
การทดสอบบนผิวแห้ง จาก 100 – 0 กม./ชม.
การทดสอบบนผิวเปียก จาก 80 – 0 กม./ชม.
ผลการทดสอบจาก TÜV SÜD ประเทศเยอรมนี
3. มีระยะใช้งานยาวนานสูงสุดโดยสามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 5 หมื่น กม.
ผลการทดสอบจาก Dekra Test Center
นอกจากนี้ Michelin Pilot Sport 4S ยังได้รับเลือกให้เป็นยางติดรถ OEM Supercar ชั้นนำระดับโลกทั้งหลาย อาทิ Ferrari GTC4 Lusso, Ferrari 812 Superfast, Mercedes-Benz E43 และ E63 AMG
สำหรับแผนการเปิดตัว Michelin Pilot Sport 4S ในประเทศไทย จะมีขึ้นในช่วงเดือน ตค. นี้ ซึ่งไซส์จะมีขนาดวงล้อให้เลือก 19-20” มีให้เลือกรวมทั้งสิ้น 34 ไซส์ ด้วยกัน
หลังจบ Session การเข้าคลาสเรียนทำความรู้จักกับยาง Pilot Sport 4S แล้ว เราก็กลับมาขยับมาขับรถแข่งกันต่อซึ่งนั่นก็คือ รถไฮไลท์ของงานเลยก็คือ Formula 4 ซึ่งเราก็ได้สัมผัสไปแล้วในงาน 2016 MPSE ที่เซปังฯ เช่นเดียวกัน
ขอกลับมาเกริ่นถึงรถ Formula 4 กันอีกสักครั้ง มันเป็นรถแข่งแบบ Open Wheel ที่อยู่ระหว่างช่องว่างของ Go Kart และ Formula 3
รถแข่ง F4 จะไม่มีการแข่งขันในระดับโลก (World Championship) แต่จะเปิดโอกาสให้แต่ละชาติท้องถิ่นสามารถจัดการแข่งกันเองได้ภายใต้กติกาที่กำหนดขึ้น
สำหรับรถ F4 ในครั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวชุดสีของแชสซีส์ ซึ่งรถ F4 นี้เป็นแชสซีส์แบบคาร์บอนไฟเบอร์สีดำทั้งคัน ซึ่งดูแล้ว เท่ดุดัน ราวกับเป็นรถแข่ง Prototype ตัวเครื่องสร้างกำลังได้ 160 แรงม้า (bhp) ส่งกำลังผ่านเกียร์ Sequential 5 Speed สวมยาง Slick Soft Compound และด้วยน้ำหนักเบาเพียง 470 กก. ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ราวๆ 4 วินาทีเท่านั้น กับ Top Speed ที่ 210 กม./ชม.
การที่จะเตรียมความพร้อมกับเจ้า F4 นี้ ยังคงวุ่นวายเช่นเคย ค่อยๆหย่อนตัวลงไปใน Cockpit เสร็จต้องเอาแผ่นโฟมหนุนหลังเพื่อให้ได้ระยะที่พอดีกับตัวเรา เมื่อเรียบร้อยก็ติดตั้งพวงมาลัยรถแข่ง Formula และสต๊าฟได้ช่วยเราคาดเข็มขัดแบบ 6 จุด เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เหยียบคลัทช์ ติดเครื่องยนต์ เลี้ยงรอบไว้หน่อย ออกตัวกดก้าน Paddle Shift 2 ฝั่งพร้อมกัน และแตะฝั่งขวา (Shift Up) เพื่อเข้าเกียร์ 1 ออกตัวเลี้ยงคันเร่งไว้สัก 3,000rpm+ เมื่อออกตัวได้เรียบร้อยเรา Shift ขึ้นเกียร์ 2 ทันที เพื่อให้การเดินคันเร่งเป็นไปได้อย่างสมูทไม่กระตุกกระชากระหว่างขับใน Pit
เราต้องขับตามรถ Leader ซึ่งเป็นรถ CLA45 AMG เช่นเคยรอบแรกค่อยๆ ไปขับตามไลน์รถ Leader หลังจากผ่านพ้นเข้ารอบ 2 เราก็เริ่มขับได้อย่างเต็มที่ขึ้นเมื่อรู้ Racing Line แต่ละโค้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดินคันเร่งมิด Shift Up เมื่อ Shift Light เตือน ซึ่งจริงๆ ใช้ฟังเสียงเอาก็ได้ ในช่วงสุดทางตรงยาว เราคงต้องเบรกตามระยะของ Pylon ที่ตั้งเอาไว้ เนื่องจากแป้นเบรกค่อนข้างแข็ง และด้วยตำแหน่งนอนราบขับนั้น อาจทำให้การกระทืบเบรกนั้นยังไม่มีน้ำหนักเท่ากับรถแข่งทั่วๆไป
สำหรับ Formula 4 นั้น เป็นรถแบบ Open Wheel ซึ่งมีข้อได้เปรียบเป็นอย่างมากในช่วงเข้าโค้ง หลายๆ โค้งแทบไม่ต้องเบรกหัก Steering เพิ่มเข้าไปตัด Apex ได้เลย แต่ก็ต้องระมัดระวังด้วยเพราะ รถ F4 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังที่ไม่มีระบบช่วยเหลือใดๆ การขับในรอบบ่ายนี้ขับง่ายกว่า Clio Touring Car เป็นอย่างมาก เพียงแค่ขับตามไลน์รถ Leader เบรกเข้าโค้งให้ตรงจุดตามที่ Pylon วางไว้ก็เพียงพอ
การขับในครั้งนี้เรียกได้ว่าขับกันอย่างหนำใจ เพราะขับกันร่วมๆ 10 รอบสนาม ในรอบหลังๆ นั้นขับได้อย่างสนุกทุกครั้งที่อยู่ในโค้ง เนื่องจากรถคุมง่าย เข้าโค้งได้อย่างเร็วโดยแทบไม่ต้องแตะเบรกในหลายๆ โค้ง ขอบคุณโครงสร้างรถแบบ Open Wheel และที่สำคัญยาง Soft Compound จาก Michelin ที่ให้การยึดเกาะได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อจบกิจกรรมทั้ง 4 Session แล้ว งานยังไม่จบเพียงเท่านี้ทาง Michelin ได้ให้ทุกคนได้มีโอกาสนั่ง Hot Lap โดยมีนักขับมืออาชีพของทาง Michelin ได้เป็นผู้ขับให้เรานั่ง รอบสนาม Yas Marina Circuit (ฝั่ง North) เช่นเดียวกับที่เพิ่งขับ F4 มาหมาดๆ โดยรถที่ให้เราได้สัมผัสในครั้งนี้จะเป็น Mclaren 650S GT3
ก่อนก้าวขาขึ้นรถ จะต้องระมัดระวังศรีษะเป็นพิเศษ เนื่องจาก 650S นั้นเป็นประตูแบบปีกนก ทำให้การก้าวขาเพื่อหย่อนตัวลงสู่ Full Bucket Seat นั้น อาจจะลำบากเสียหน่อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยจัดการสวมเข็มขัดให้เราเรียบร้อย OK พร้อมออกตัวกันได้
เมื่อออกปากทาง Pit นักแข่งได้เดินคันเร่งเต็มที่ ทำให้เสียงเครื่อง V8 Twin Turbo คำรามลั่นจากด้านหลัง ซึ่งให้ความเร้าใจเป็นอย่างมาก แรง G ดึงหนักๆ พอตึงๆ ในช่วงเร่งทางตรง ก่อนที่จะเบรกอย่างหนัก พร้อม Shift Down เกียร์ลง หักพวงมาลัยเดินคันเร่งเข้าโค้งไปอย่างเฉียบคมและต่อเนื่อง
จบ Lap แล้ว แอบเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้นั่งแบบ Full Lap แต่เราก็ต้องยกนิ้วโป้งกด Like ให้กับนักแข่ง และจับมือเพื่อขอบคุณกับโอกาสที่เราได้สัมผัสกับรถแข่งตัวแรงในระดับ GT3 กับการเข้า Racing Line ที่เฉียบคม บนสนามแข่งระดับโลกที่ดีที่สุดแห่งนี้
สรุป จบทริป 2017 Michelin Passion Days ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นอีกทริปที่สานฝันต่อจาก Michelin Pilot Sport Experience ได้อย่างดีเยี่ยม ที่ให้เกียรติแก่ทาง 9carthai และตัวผู้เขียน ได้มีโอกาสสวมวิญญาณนักแข่ง ขับรถแข่งบนสนามแข่งระดับโลก FIA Grade 1 ที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ที่ Yas Marina แห่งนี้
นอกจากที่เราได้สัมผัสประสบการณ์ในการขับรถด้วย Passion แล้ว เรายังได้ทดสอบสมรรถนะของยาง Pilot Sport 4S ที่จะมีการเปิดตัวในประเทศไทย ก่อนใครด้วย
สำหรับทริป 2017 Michelin Passion Days ในปีนี้ ต้องขอบคุณทาง Michelin และทีมงานทุกท่าน โดยเฉพาะพี่ปุ้ย ที่คอยดูแลพวกเราตลอดทริป รวมถึงพี่บอมบ์ ที่คอยช่วยเหลือและให้ข้อมูลต่างๆ กับพวกเราครับ
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver 9carthai
ขอขอบคุณ Siam Michelin สำหรับทริป 2017 Michelin Passion Days ในครั้งนี้
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " เปิดประสบการณ์ กับ Michelin Pilot Sport 4S ยาง Supercar ในสนามแข่งระดับโลก Yas Marina Circuit กับงาน 2017 Michelin Passion Day "