
API SP มาตรฐานน้ำมันเครื่องเวอร์ชั่นล่าสุด ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ปกป้องเหนือกว่า!!
ต้องยอมครับว่าปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ ที่เห็นได้ชัดว่าแรงขึ้น และยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าเดิม
แน่นอนสิ่งที่ต้องมีการพัฒนาแบบคู่ขนานไปด้วยนั่นก็คือ “น้ำมันเครื่อง” ซึ่งต้องมีมาตรฐานและคุณสมบัติที่รองรับเครื่องยนต์ใหม่ๆ ได้ สามารถดูแลและปกป้องเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แน่นอนครับก็เกิดคำถามหรือข้อสงสัยว่า แล้วต้องเลือกน้ำมันเครื่องแบบไหนถึงจะเหมาะสม??
เพราะปัจจุบันในท้องตลาดก็น้ำมันเครื่องอยู่มากมายหลายเกรดหลากประเภท
วันนี้ครับเราก็มีข้อมูลดีๆ ที่ควรรู้ !! ก่อนเลือกซื้อน้ำมันเครื่องมาแนะนำครับ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง
– น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา มีราคาถูกที่สุด แต่ขณะเดียวกันมีประสิทธิภาพและระยะการใช้งานสั้นที่สุดด้วย เหตุผลของคนเลือกใช้น้ำมันเครื่องประเภทนี้เพราะเน้นเปลี่ยนถ่ายบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะใช้กับรถบริการสาธารณะ
– น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เป็นการผสมผสานกันระหว่างน้ำมันสังเคราะห์ 100% กับน้ำมันพื้นฐานธรรมดา ระดับราคาอยู่ตรงกลางระหว่างธรรมดากับสังเคราะห์ 100% ระยะการใช้งานมากกว่าแบบธรรมดา และมีคุณสมบัติการปกป้องดูแลได้ดีในระดับหนึ่ง เหมาะสำหรับรถที่มีรอบการเปลี่ยนถ่ายไม่สูงมากนัก
– น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% มีระยะเวลาในการใช้งานยาวที่สุด ระดับราคาสูงกว่าเมื่อเทียบกับ 2 ประเภทข้างต้น และมีคุณสมบัติการปกป้องดูแล ส่งเสริมสมรรถนะด้านในต่างๆ ให้กับรถ สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ดี เหมาะสำหรับรถใหม่ๆ หรือว่ารถสมรรถนะสูง
ค่าความหนืดน้ำมันเครื่องล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการหล่อลื่น
ค่าความหนืด คือ “ความข้น-ใส” ของน้ำมันเครื่อง เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์กรวิศวกรรมยานยนต์สหรัฐอเมริกา-The Society of Automotive Engineer หรือ SEA ซึ่งค่าความหนืดได้ระบุเป็น “ตัวเลข” ติดกับค่าการทน ความเย็น ตามหลังตัวอักษร SAE เช่น SAE 10W-30 หรือ SAE 5W-40 เป็นต้น
0W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
5W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -30 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
10W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -20 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
15W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง -10 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
20W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง 0 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
ค่าความหนืด บอกถึงความหนืดของน้ำมันเครื่องที่มีตั้งแต่ 60, 50, 40, 30, 20, 10, 5 และ 0 ซึ่งถ้าตัวเลขมาก ก็มีความหนืดมาก ตัวเลขน้อยก็มีความหนืดน้อย โดยความหนืดนี้นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการหล่อลื่นและช่วยลดการสึกหรอให้กับเครื่องยนต์
มาตรฐาน API สิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่อง
API หรือ American Petroleum Institute Standard กำหนดโดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นมาตรฐานสำหรับน้ำมันเครื่อง
ปัจจุบันมาตรฐานน้ำมันเครื่อง API เวอร์ชั่นล่าสุด ได้ถูกประกาศใช้ในเดือนพฤษภาคม ปี 2020 นั่นก็คือ “API SP” มีการพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องในด้านต่างๆ ให้สูงขึ้นกว่ามาตรฐานก่อนหน้าอย่าง API SN ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่น คือ 10W-40 & 0W-20
คุณสมบัติใหม่ของมาตรฐาน API SP เวอร์ชั่นล่าสุด มีอะไรใหม่บ้าง? เมื่อเทียบกับ API SN
มาตรฐาน API SP เหมาะกับรถแบบใด
น้ำมันเครื่องมาตรฐาน API SP รองรับการใช้งานทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ และรถยนต์เก่า เหมาะอย่างยิ่งกับรถเครื่องยนต์เบนซินระบบฉีดตรง (GDI) หรือรถเบนซินที่ใช้ระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบอื่นๆ ก็สามารถใช้น้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐาน API SP เช่นกัน เนื่องจากน้ำมันเครื่องมาตรฐาน API SP นั้นเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด
มาตรฐาน API SP เวอร์ชั่นล่าสุด คุณสมบัติที่พบได้ใน Castrol MAGNATEC
ใหม่! น้ำมันเครื่อง คาสตรอล แม็กนาเทค มีการอัปเกรดมาตรฐาน API SP ล่าสุด ทั้งรุ่น 10W-40 & 0W-20 ซึ่งมี “ดูอัลล็อก เทคโนโลยี (Dual Lock Technology)” ช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ในขณะที่อุ่นเครื่อง พร้อมผสาน 3 กำลังที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนสนามพลังแห่งการปกป้องเครื่องยนต์ที่เหนือกว่า ลิขสิทธิ์เฉพาะของคาสตรอล ที่ช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้เหนือกว่าด้วย 3 ขั้นตอน
“ดูอัลล็อก เทคโนโลยี” ลิขสิทธิ์เฉพาะของคาสตรอล
เมื่อเครื่องยนต์หยุดทำงาน ตามแรงดึงดูดของโลก น้ำมันเครื่องทั่วไปจะไหลกลับไปที่หม้อพัก ทำให้เมื่อขณะสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ น้ำมันเครื่องจะยังไม่ได้ถูกส่งเข้าไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ จึงทำให้การปกป้องเครื่องยนต์ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดการสึกหรอของเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก
ผู้เชี่ยวชาญของคาสตรอล ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ใช้เวลาค้นคว้าวิจัยยาวนานกว่า 10 ปี เพื่อให้ได้มาซึ่ง “ดูอัลล็อก เทคโนโลยี” ที่ไม่ได้ไหลย้อนกลับลงไปที่หม้อพัก แต่เข้ายึดเกาะชิ้นส่วนเครื่องยนต์ (Clings) เสมือนแม่เหล็ก ยึดประสานกัน (Locks) เพื่อสร้างสนามพลังแห่งการปกป้อง (Protects) ตั้งแต่สตาร์ทและตลอดการอุ่นเครื่อง ให้การปกป้องทันทีตั้งแต่วินาทีที่คุณสตาร์ท
Castrol MACNATEC 0W-20 น้ำมันเครื่องนวัตกรรมใหม่เพื่อการขับขี่แบบเบรกๆ เร่งๆ หรือต้องเผชิญกับรถติดๆ เป็นประจำ คุณสมบัติสำคัญ คือ เน้นการประหยัดเชื้อเพลิงและเพิ่มสมรรถนะของรถยนต์ และยังให้การปกป้องชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ได้ดียิ่งกว่า พร้อมมาตรฐาน ILSAC GF-6 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ ที่ถูกกำหนดออกมาแทนที่มาตรฐาน ILSAC GF-5 ในปัจจุบัน
โดยมาตรฐาน ILSAC GF-6 นั้น มีคุณสมบัติช่วยป้องการสึกหรอจากการจุดระเบิดผิดจังหวะ (low-speed pre-ignition, LPSI) และ การสึกหรอของโซ่ราวลิ้น (timing chain) ช่วยให้ลูกสูบสะอาดมากยิ่งขึ้น (piston) และให้การประหยัดเชื้อเพลิงอย่างยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ Castrol MACNATEC 0W-20 ยังได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับกับรถยนต์ขุมพลังไฮบริดได้ ซึ่งจากการทดสอบกับรถที่ใช้ขุมพลังไฮบริด พบว่าให้การปกป้องเหนือกว่าและให้ความประหยัดได้อย่างสูงสุด ดังนั้นคนที่ใช้รถยนต์ประเภทนี้ จึงมั่นใจได้ว่าคุณภาพและคุณสมบัติตอบโจทย์ได้ตรงจุดแน่นอน
เมื่อถึงรอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ ต้องเลือกน้ำมันเครื่องที่อยู่บนมาตรฐานล่าสุด API SP และมาตรฐาน ILSAC GF-6 เพราะคุณสมบัตินั้นเหนือกว่าทั้งในด้านประสิทธิภาพและการปกป้อง ช่วยให้มั่นใจได้รถคันโปรดของคุณนั้นยังคงสมรรถนะได้ยอดเยี่ยมเสมือนใหม่เช่นเดิม
ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ คาสตรอล แม็กนาเทค เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3RHKqZ0 หรือค้นหาน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถของคุณ https://bit.ly/3xud2eT
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อน้ำมันเครื่องคาสตรอลหรือจองเข้าใช้ศูนย์บริการ Castrol Auto service ใกล้บ้าน
ซึ่งทางศูนย์คาสตรอล เค้ายินดีให้คำแนะนำน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรุ่น สภาพรถและลักษณะการใช้งานของรถที่ต้องการได้ฟรี
โดยสามารถหาศูนย์บริการที่ใกล้บ้านได้ที่ https://bit.ly/3txNkF1
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " API SP มาตรฐานน้ำมันเครื่องเวอร์ชั่นล่าสุด ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ปกป้องเหนือกว่า!! "