
Test Drive : รีวิว 2015 Nissan Juke 1.6 V Sport Crossover ดีไซน์ล้ำ ไม่ซ้ำใคร
ตลอดปี 2557 ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนว่า รถยนต์ประเภท Compact Crossover ได้รับความนิยมจากคนไทยเป็นอย่างมาก โดยนิสสันเป็นรายแรกที่กล้าเปิดตลาด นำเข้า Nissan Juke มาทำตลาดก่อนใคร เมื่อรถยนต์รุ่นนี้เริ่มวิ่งให้เห็นบนท้องถนน ทุกคนก็ต้องเหลียวมองในความแปลกใหม่สะดุดตา ฉีกแนวคิดของดีไซน์รถยนต์แบบเดิม ๆ จากนั้นก็มีคู่แข่งรายอื่นเริ่มเกาะกระแสรถยนต์ประเภทนี้ ส่งรถยนต์มาชิงส่วนแบ่งตลาดด้วยเช่นกัน ทำให้เราพบเห็นรถยนต์ Compact Crossover ป้ายแดงกันเยอะมากมายบนท้องถนน
รถยนต์ประเภท Crossover หรือ Mini SUV ในกลุ่มนี้ มีประโยชน์ใช้สอยได้หลากหลายมากกว่ารถเก๋ง 4 ประตูที่มีราคาพอ ๆ กัน ทำให้หลายคนที่วางแผนจะซื้อรถเก๋งช่วงราคา 0.7 – 1.0 ล้านบาท ก็เปลี่ยนใจมาเลือกรถยนต์ที่ใช้งานอเนกประสงค์ได้ (สำหรับ Juke 2015 ในบทความนี้ เป็นรุ่น 1.6 V ราคา 884,000 บาท)
ดีไซน์ภายนอก สวยล้ำสมัย โฉบเฉี่ยวมากขึ้น
กุมภาพันธ์ 2558 ได้เวลาแล้วที่นิสสันจะต้องปรับโฉมเล็กน้อยเพื่อให้ Nissan Juke 2015 มีความสวยงามทันสมัยและสดใหม่ น่าสนใจมากขึ้น เพื่อให้แข่งขันกับคู่แข่งหน้าใหม่ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากขึ้น
Nissan Juke ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ รุ่นปี 2015 มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ด้านหน้า ไฟหน้า ไฟท้าย และสีใหม่ที่เรียกว่า Pacific Blue เป็นสีฟ้าที่ดูสวยงาม ไม่เข้มหรืออ่อนจนเกินไป
มองด้านข้างเห็นได้ชัดเจนว่าออกแบบได้ดีตามหลักอากาศพลศาสตร์ในทุกส่วนของตัวรถ
สีฟ้าแบบใหม่นี้ ไม่ว่าจะอยู่กลางแดด หรือสภาพแสงแบบใด ก็ดูสวยเงางามอย่างมาก
– ไฟหรี่ LED สีขาว เปลี่ยนใหม่เป็นรูปทรงแบบบูมเมอแรง เป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ดูสวยงามมากขึ้นกว่า Juke รุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
– ไฟหน้าแบบ Projector ใช้หลอดไฟ Xenon ให้แสงสีขาว พร้อมระบบปรับและปิดเปิดอัตโนมัติ
– กระจังหน้าแบบสปอร์ต มีลายบูมเมอแรงสีดำขนาดเล็กกระจายเต็ม Grille ดูเท่ดี
โลโก้นิสสัน ล้อมด้วยโครเมียมขนาดใหญ่รูปตัว U ตามหลักการออกแบบของนิสสันรุ่นใหม่ทุกรุ่น
ไฟเลี้ยวด้านหน้า อยู่ในโคมเดียวกับไฟหรี่
ไฟตัดหมอกและช่องดักลม ดีไซน์สอดรับกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ดูเท่ห์ไปอีกแบบ
ความสูงใต้ท้องรถ ถือว่ากำลังดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
ยางที่ให้มา เป็นของบริดจ์สโตน ขนาด 215/55 R17
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ดีไซน์เป็นรูปลูกศร เน้นความเท่
กระจกมองข้าง มุมมองกว้างกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน รู้สึกปลอดภัย ขับขี่มั่นใจมากกว่า
มือจับประตู สีเดียวกับตัวรถ พร้อมปุ่มกดสำหรับปลดล็อค
ที่เปิดประตูห้องโดยสารตอนหลัง
เสาอากาศและสปอยเลอร์หลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ไฟเบรคดวงที่ 3 ขนาดใหญ่ และข้าง ๆ มีที่ฉีดน้ำทำความสะอาดกระจกหลัง
จุดเติมน้ำมันอยู่ทางด้านขวา รองรับน้ำมัน Gasohol E20 ไม่รองรับ E85
มาดูส่วนท้ายในมุมต่าง ๆ กันบ้าง
ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ดูสวยงามตามสไตล์บูมเมอแรงอีกเช่นเคย
กล้องมองหลังช่วยให้การถอยจอดและกะระยะทำได้ง่ายมากขึ้น
โลโก้จู๊ค
ท่อไอเสีย
สัญลักษณ์ Xtronic CVT
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์แบบ DOHC รหัส HR16 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตร
ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบสปอร์ต
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำแดงในสไตล์ของรถสปอร์ต
ทัศนวิสัยในการขับขี่ดี มุมมองสูงกว่ารถเก๋ง เสาหลังคาไม่ค่อยบดบังมุมมองขณะเลี้ยวทั้งซ้ายและขวา
ในฝั่งคนขับ สามารถเข้าออกห้องโดยสารได้สะดวกดี ไม่ต้องก้มตัวแบบรถเก๋ง และไม่ต้องปีนสูงแบบรถ PPV ที่เป็นรถดัดแปลงเลียนแบบ SUV แต่ใช้โครงสร้างเดียวกับรถกระบะ
ที่รองแขน บุด้วยผ้านุ่มสีแดง ที่เปิดประตูแบบโครเมียม และแผงสวิตช์ปรับหน้าต่างตกตแต่งสีดำแดง
เบาะหนังสีดำ ติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้าง ตกแต่งด้วยด้ายสีแดงและลายจุดสีแดง ปรับความสูงได้ได้หลายระดับ
พวงมาลัยสามแฉก หุ้มหนัง จับกระชับมือ ตำแหน่งเครื่องเสียงและเครื่องปรับอากาศ ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ
สวิตช์ปรับมุมกระจกมองข้าง คันโยกเปิดฝากระโปรงหน้าและฝาถังน้ำมัน เอื้อมมือลงมาเล็กน้อย ก็เปิดได้ไม่ยาก
มาตรวัด อ่านง่าย ใช้ฟอนต์ที่ดูสบายตา ไฟเรืองแสงสีส้ม
พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง วางสาย และรับสายโทรศัพท์ได้
ใกล้ฐานเสาหลังคา ติดตั้งลำโพงเสียงแหลมเอาไว้ ส่วนบนของแนวเสาหลังคา ติดตั้งม่านถุงลมนิรภัยเอาไว้
ช่องลมเครื่องปรับอากาศด้านข้าง หมุนปรับทิศทางได้ง่าย
ปุ่ม Start อยู่ใกล้ช่องลมฝั่งขวาของแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศ
เกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT
มีหลุมใส่เครื่องดื่ม 2 หลุม แต่หลุมซ้าย ใส่ขวดน้ำทรงสูงไม่ได้
ที่วางแขนใช้วัสดุเดียวกับเบาะที่นั่ง พับยกขึ้น หรือเปิดฝาใส่ของก็ได้
ไฟส่องแผนที่ และกระจกส่องหน้ามีให้ทั้งสองฝั่ง แต่ไม่มีไฟส่องหน้า
กระจกมองหลังแบบธรรมดา ไม่ได้ปรับตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
ช่องเก็บเอกสารกว้างและลึก จุได้เยอะ
เบาะที่นั่ง ฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า รวมกับถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านนิรภัย รวม 6 ตำแหน่งในห้องโดยสาร
มาดูประตูฝั่งห้องโดยสารตอนหลังกันบ้าง ตกแต่งด้วยสีแดงเช่นกัน พร้อมติดตั้งลำโพงมาด้วย
การเข้าออกห้องโดยสารตอนหลัง อาจจะมีปัญหาสำหรับผู้ที่มีรูปร่างอ้วนมากเป็นพิเศษ เพราะบานประตูแคบกว่ารถเก๋ง
เบาะที่นั่งค่อนข้างสูง ลดอาการเมื่อยล้าในขณะเดินทางไกล ถือว่าดีกว่ารถเก๋งทั่วไป
ที่พิงศีรษะแบบถอดได้ ปรับระดับได้ มีให้ครบทั้ง 3 ที่นั่ง
เข็มขัดนิรภัยก็มีให้ 3 ตำแหน่ง ไม่มีที่วางแขนตรงกลางเบาะ
สอดเท้าใต้เบาะหน้าได้
ระยะเข่าถึงเบาะหน้า ยังห่างอีกประมาณ 10 ซม. แต่โดยรวมถือว่า Leg room น้อยกว่ารถซีดานหลายรุ่น
สำหรับผู้ที่มีความสูงตั้งแต่ 175 ซม. ขึ้นไปทุกคน มีปัญหาศีรษะชนเพดานห้องโดยสารแน่นอน
พื้นห้องโดยสาร ตรงกลางนูนขึ้นมาเล็กน้อย
เข็มขัดนิรภัย ปรับระดับความสูงได้
มือจับที่เพดาน มีให้ครบทุกที่นั่ง
ฝาท้าย เปิดได้สูง พ้นระดับศีรษะ
มีโช้คอัพ ช่วยผ่อนแรง น้ำหนักเบากว่าที่คิด
ช่องมือจับสำหรับปิดฝาท้าย
พื้นที่วางสัมภาระท้าย พร้อมไฟส่องสว่างขนาดเล็ก
ใต้ฝารองพื้นห้องสัมภาระท้าย มีช่องสำหรับซ่อนของได้ ซึ่งก็มีเครื่องมือเปลี่ยนล้ออยู่ด้วย
ยางอะไหล่
เบาะหลังสามารถพับได้ไม่ยาก
เมื่อพับเบาะที่นั่งราบลง ก็เพิ่มพื้นที่วางสัมภาระได้อีกเยอะ
เทคโนโลยีภายในตัวรถ
กุญแจรีโมทอัจฉริยะ
เครื่องเสียงสั่งงานด้วยระบบสัมผัส
ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศ ในโหมด Climate
เมื่อเปลี่ยนมาที่ D-Mode จะกลายเป็นปุ่มควบคุมการขับขี่
โหมดการขับขี่แบบ Normal มาตรฐานสำหรับการขับขี่ทั่วไป
โหมดการขับขี่แบบ Sport จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์และเกียร์จะเปลี่ยนโหมดการทำงานด้วย
โหมดการขับขี่แบบ Eco ทุกอย่างก็เปลี่ยนเป็นโหมดประหยัด
แสดงระดับความประหยัด สร้างความท้าทายในการขับขี่
มาดูในส่วนของเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีช่องต่อ USB และ AUX input ที่มุมขวาล่าง
ถอดใช้งานพกพาได้ แต่ต้องมีแหล่งจ่ายไฟเข้าไป
วิทยุ FM
เครื่องเสียงใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3.4 ถือว่าเก่า แต่ก็เพียงพอ เพราะไม่ได้ใช้แอพฯ ใหม่ ๆ
เมนูการตั้งค่า ก็คล้ายกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์
ปรับระดับความดัง fade ไปในทิศทางที่ต้องการได้ ปรับ EQ หรือทุ้มแหลมได้อิสระ พร้อม Surround Sound
มี DSP สร้างสนามเสียง เพิ่มมิติให้ฟังดูคล้ายกับอยู่ในฮอลล์คอนเสิร์ต
สั่งงานด้วยระบบมัลติทัชก็ได้เช่นกัน
ใช้ 2 นิ้วปัดขึ้นลงซ้ายขวาได้
ใช้ 3 นิ้วปัดขึ้นลงได้
ใช้ 4 นิ้วกดค้างไว้พร้อมกัน
เชื่อมต่อ Wi-Fi กับ Hotspot ได้
ทดลองเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi Hotspot
เป็นระบบแอนดรอยด์ คีย์บอร์ดมีทั้งสองภาษา พิมพ์ได้ง่าย
ทดลองเปิด Web browser
หน้าเว็บมีการแสดงผลที่ถูกต้อง เหมือนกำลังเปิดดูเว็บไซต์บน Android Tablet
EZ-Talk เมื่อผู้ใช้ Nissan Juke สามารถคุยกันได้กับ Nissan Juke คันอื่น ๆ
ต้องทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน ติดตั้งแอพพลิเคชั่นรอไว้ ได้ใช้แน่นอนเมื่อนัดพบกลุ่มเพื่อนใน Nissan Juke Club Thailand ซึ่งมีกิจกรรมจัดขึ้นเป็นระยะ ๆ
ที่วางสมาร์ทโฟนพร้อมยางกันลื่น
รองรับ microSD ด้วย ใส่เพลง วิดีโอ ลงไปก็ได้
หากต้องการพกพาไปใช้งานภายนอกรถ ก็ใช้สายชาร์จ microUSB จ่ายไฟเข้าไปเหมือนการชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟน
ทดสอบขับ
ทีมงานทราบว่าผู้อ่านส่วนใหญ่ให้ความสนใจเกี่ยวกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากเป็นพิเศษ สำหรับนิสสัน จู๊ค คันที่นำมาทดสอบรีวิวนี้ มีโหมดการขับขี่ 3 แบบ ดังนั้นจึงจะแยกการทดสอบขับ หาอัตราสิ้นเปลือง ในการขับขี่ทั้ง 3 โหมด บนเส้นทางเดียวกัน ระยะทางเท่ากัน ในความเร็วที่เหมาะสม โดยใช้น้ำมัน Gasohol E20
สิ่งที่น่าประทับใจใน Nissan Juke
ข้อสังเกตใน Nissan Juke
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " Test Drive : รีวิว 2015 Nissan Juke 1.6 V Sport Crossover ดีไซน์ล้ำ ไม่ซ้ำใคร "