
รีวิวสัมผัสแรก 2017 Chevrolet Colorado 4 x 4 High-Country หล่อ, หรู, ขับดีขึ้น เทคโนโลยีจัดเต็มที่สุดใน Pick-Up
หากเพื่อนๆ ยังจำกันได้ เราได้นำเสนอข่าวการเปิดตัว 2017 Chevrolet Colorado ใหม่ กันไปเรียบร้อย เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ทว่าจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีการเปิดราคาอย่างเป็นทางการออกมาจาก Chevrolet Sales ประเทศไทย (แต่จะเปิดราคาภายในเดือน ก.ค. นี้ พร้อมส่งมอบให้กับผู้จองรถในล๊อตแรก)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27-28 มิย. ที่ผ่านมา Chevrolet Sales ประเทศไทยจัดกิจกรรมสื่อมวลชนทดสอบ 2017 Chevrolet Colorado ใหม่ ก่อนเปิดราคา บนเส้นทางกทม.-สวนผึ้ง ซึ่งครอบคลุมการทดสอบทั้ง On-Road, Off-Road ซึ่ง 9carthai เราได้รับเกียรติเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ก่อนใครด้วย
ในการทดสอบครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก มร. เวล ฟาร์กาลี ซึ่งเตรียมรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ จีเอ็ม ประเทศไทย และเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ร่วมทริปทดสอบไปกับสื่อมวลชนในครั้งนี้ด้วย
ซึ่งในการทดสอบนี้ทาง 9carthai เราได้ขับรถคันหมายเลข 4 เป็นรุ่น 4 x 4 High-Country ตัวท๊อป สีเทา Metallic
ภายนอก 2017 Chevrolet Colorado ออกแบบใหม่ หล่อ ดุดันแบบ อเมริกันขนานแท้
2017 Colorado ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและประณีต ด้วยการออกแบบด้านหน้าใหม่ทั้งแผงกันชน กระจังหน้า ฝากระโปรง และไฟหน้าใหม่มาพร้อมแถบไฟ DRL (น่าเสียดายที่ไม่ใช่ไฟโปรเจ็คเตอร์มาให้)
รวมไปถึงฝากระโปรงที่มีร่องเว้า ช่วยเพิ่มความสปอร์ตได้ดี ในรุ่น High-Country นี้เสริมราวหลังคา และราวกระบะท้าย เพื่อตอบโจทย์คนชื่นชอบการขับขี่แบบ Lifestyle
และมาพร้อมล้ออัลลอยใหม่ ขอบ 18” ลายโครมเงาดุดัน (ภายในจุ๊บล้อมีเซ็นเซอร์วัดแรงดันลม)
ด้วยการดีไซน์ใหม่ทางด้านหน้านอกจากจะหล่อขึ้นแล้ว ยังให้ Aerodynamics ที่ดีขึ้นถึง 12%
รวมไปถึงการเปลี่ยนกระจกหน้าใหม่ ให้หนาขึ้นช่วยลด Wind Noise 8% ขณะขับ
เรียกได้ว่า ปรับปรุงให้ดูดีขึ้นอย่างเดียวไม่พอ การใช้งานก็ดียิ่งขึ้นด้วย
2017 Colorado ได้เพิ่มฟังก์ชั่น Remote Start ให้คุณสตาร์ทรถได้จากภายนอก พร้อมเปิดแอร์เอาไว้พร้อม ไม่ต้องมาทนร้อนกันให้เหงื่อออกเวลาขึ้นรถ
หากไม่ได้ปลดล๊อกประตู และเสียบกุญแจ ที่มีระบบ Immobilizer จะไม่สามารถเข้าเกียร์ได้ หากเจอกุญแจผีมา รถจะร้องทันที นอกจากนี้การทำงานทาง Chevrolet ได้แสดงให้เราเห็นว่า ฟังก์ชั่น Remote Start สามารถทำงานได้ในระยะไกลกว่า 100 ม. (ขึ้นกับสภาพแวดล้อม) และหากติดเครื่องยนต์แล้วไม่ขึ้นรถใน 10 นาที จะดับเอง แต่ผู้ขับขี่สามารถยืดเวลาเป็น 20 นาทีได้ โดยกดปุ่มล๊อก 2 ครั้งและกด Start อีกครั้ง
เมื่อเปิดประตูเข้ามาชมภายในห้องโดยสารออก กระจกคู่หน้า จะลดระดับลงเพื่อให้การปิดประตูนั้นทำได้ง่ายยิ่งขึ้น (ในแบบรถสปอร์ต) ขณะที่ภายในออกแบบได้หรูหรา มีระดับเกินใคร ตั้งแต่การใช้วัสดุเบาะหุ้มด้วยหนังสวยงามพร้อมปัก High-Country ที่พนังพิงศรีษะ
แผงคอนโซลหน้าติดตั้งจอทัชสกรีนขนาด 8” มาพร้อมระบบ My Link ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play เชื่อมต่อ IOS ให้แสดงผลบนหน้าจอ และพูดคุยสั่งงานผ่าน Siri Eyes Free นอกจากนี้ในรุ่น High-Country ยังเพิ่ม Navigation มาด้วย
สวิทช์แอร์ ปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น จากของเดิมที่เป็นแผงวงกลมตรงกลางขนาดใหญ่ดูเทอะทะ
ใต้แผงควบคุมแอร์ จะพบแผงสวิทช์ระบบความปลอดภัย 5 ปุ่ม เริ่มตั้งแต่ เตือนการขับรถออกจากช่องทางจราจร, ปิดระบบ TCS, ไฟ Hazard, HDC, ระบบเซ็นเซอร์ช่วยเตือนการจอดรถ
สำหรับช่องจ่ายไฟนั้น มีมาให้ครบครัน ทางด้านหน้า 2 ช่อง ด้านใต้แผงควบคุมระบบความปลอดภัย ด้านหลังอีก 1
แผงแดชบอร์ด ปรับปรุงให้สวยงามกว่าเดิมเล็กน้อย มีแสดงข้อมูลแบบ MID ครบถ้วนรวมถึง แถบแสดงผลการขับแบบ ECO
พวงมาลัยรูปแบบเดิมปรับ Trim สีเงินเป็นสีดำ สวิทช์ทางด้านขวาเพิ่มปุ่มควบคุมระบบเตือนการชนด้านหน้า
ในรุ่นท๊อป 4 x 4 นี้จะมีปุ่มวงกลม ให้บิดหมุนเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนซึ่งใช้งานง่ายเช่นเดิม
เครื่องยนต์ Duramax 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร ปรับใช้เทอร์โบแปรผัน ที่ให้สมรรถนะที่ดีขึ้น รีดกำลังได้ 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์)@3,600rpm มีแรงบิด 440 Nm@2,000rpm ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า และลดมลพิษไอเสีย ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4
พร้อมติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น และมาพร้อมยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องใหม่ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน
ทำให้ห้องโดยสารเงียบ และนิ่งกว่าเดิม จากการทดสอบของทีมวิศวกรแสดงให้เห็นว่าห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่เงียบลง 2-4 dB
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่ปรับแต่งอัตราทดเกียร์ใหม่เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน
ในการขับขี่ เราพบว่าขุมพลังเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร นี้ที่เน้นทอร์คที่หรัก และมาในช่วงรอบต้น นี่ล่ะหัวใจสำคัญในการพุ่งออกตัว ช่วยให้รถดูมีความกระฉับกระเฉง ไม่แพ้รถยนต์ขนาดเล็ก ขณะที่กำลังสูงสุดนั้นถูกรีดออกมาเรื่อยๆ เมื่อเหยียบแช่คันเร่งลงไป
จริงอยู่อาจไม่ดุดันหนักหน่วงเท่า Duramax 2.8 ที่มีกำลังถึง 200 แรงม้า แต่โดยรวมแล้ว ถือว่ามันกำลังเพียงพอต่อการใช้งานในทุกรูปแบบแล้วล่ะ
สำหรับช่วงเร่งแซงที่ความเร็วเดินทาง จังหวะ Kick Down อาจต้องรอสักชั่วอึดใจ เพื่อให้เกียร์นั้นถูกลดตำแหน่งลง ก่อนที่จะมีรอบเครื่องเพียงพอในการพุ่งทะยานแซงรถคันด้านหน้า แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคจนต้องลุ้นให้หวาดเสียว
นอกจากนี้ระบบเกียร์ค่อนข้างฉลาด เมื่อขับบนเส้นทางขึ้นเขาลงเนิน ในสวนผึ้ง ระบบเกียร์จะรู้ทันทีและช่วย Hold รอบเครื่องเอาไว้เพื่อเป็น Engine Break ให้คุณไปในตัว ทำให้รถไม่ไหลไปไกล และทำให้เราเหยียบเบรกน้อยลงอีกด้วย
เพิ่มเติมทาง Chevrolet ได้เคลมว่า Colorado ใหม่นี้ มีกำลังสามารถลากจูงน้ำหนักได้ถึง 3 ตันด้วยกัน โดยการโชว์สมรรถนะลากรถพ่วง
ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองนั้น ก็ถือว่าไม่เลวนัก เฉลี่ยราว 11.7 กม./ลิตร ตามแดชบอร์ด กับการขับเดินทาง ด้วยความเร็วเฉลี่ยในช่วง 110-140 กม./ชม. พร้อมทั้งมีกดลองความเร็วสูงไปถึงระดับ 175 กม./ชม. ด้วย
ช่วงล่างพัฒนาให้มีความยึดเกาะถนน ปรับ Shock Up ทั้งค่า Rebound, Compression ใหม่ ให้ยึดเกาะถนนดีขึ้น ซึ่งเรียกได้ว่าปรับเซ็ทให้แข็งขึ้น พร้อมแหนบหลังจาก 4 แผ่น เป็น 5 แผ่น เพื่อการดูดซับแรงกระแทกที่ดีขึ้น
ในการขับใช้งานจริง ผู้เขียนพบว่ามันถูกเซ็ทมาค่อนข้างแข็ง แต่เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงนั้นถือว่าเกาะถนนได้ดี แม้ระดับความเร็ว 175 กม./ชม. ถือได้ว่าไม่มีอาการท้ายร่อน แบบที่มักพบใน Pick Up คันอื่นๆ ที่ไม่บรรทุกของ
รวมไปถึงการขับเข้าโค้งต่างๆ ก็ให้ความยึดเกาะดีเป็นลำดับต้นๆของรถ Pick Up
แต่เมื่อเจอพื้นผิวขรุขระ นั้นช่วงล่างอาจดูกระเด้งกระดอนไปนิด และออกติดแข็งไปหน่อยหากต้องการนั่งโดยสารเน้นความสบาย
ในขณะที่การขับในเส้นทาง Off-Road เราพบว่า มันเวิร์ค! ต้องขอบคุณช่วงล่างปรับใหม่ที่ทำให้ดูแกร่งขึ้น ผ่านเส้นทางอุปสรรคทั้งหลายได้อย่างง่ายดาย และด้วยช่วงล่างที่แม้จะดูกระเด้งกระดอนไปหน่อย แต่กลับวิ่งดี บนทางขรุขระ โดยสามารถทำความเร็วได้โดยไม่เสียการควบคุมแต่อย่างใด
พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ใน 2017 Colorado ใหม่ จะพวงมาลัยไฟฟ้าตั้งแต่รุ่น LT ขึ้นไป เราพบว่าแม้การใช้งานจริง จะผ่อนแรงดี เบาคล่องตัว ถูกมือไม้ คุณผู้หญิง ทำให้การถอยจอด หรือ เคลื่อนตัวขณะรถติดๆ ทำได้คล่องมือ
แต่ทว่า การตอบสนองในการบังคับ ยังไม่ค่อยดีนัก พวงมาลัยยังดูแกว่งตามพื้นผิวถนนที่ไม่ราบเรียบ แถมด้วยแรงสั่นสะเทือนจากช่วงล่างขึ้นมาจนถึงแฮนด์ลิ่ง ขณะที่การหักเลี้ยวนั้นยังดูไม่กระฉับกระเฉงนัก
การขับที่ความเร็วทั่วไป ระยะฟรีพวงมาลัยดูมีมากหน่อย ซึ่งอาจต้องตั้งใจควบคุมพวงมาลัยมากหน่อย ขณะที่ความเร็วสูงน้ำหนักพวงมาลัยซึ่งดูตึงมือดีขึ้น พอเพิ่มความมั่นใจเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย
ระบบ Safety มีครบครันทั้ง TCS, PBA, EBD, ESC, HDC, HAS, ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Anti Rolling Protection), ระบบความคุมเสถียรภาพขณะลากจูง (Trailer Sway Control) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่
Advance Technology ที่ถือได้ว่า 2017 Colorado High Country นี้ให้มาเกินใคร ได้แก่
ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, Tire Monitor, Auto Headlamp, , Auto Rain, เซ็นเซอร์ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง, กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะที่ปรับทิศทางได้ ฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ทครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอย่างกระจกหน้าต่างคู่หน้าที่เลื่อนลงเล็กน้อยเพื่อช่วยในการปิดประตู
*เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถ ทาง Chevrolet ได้บอกอีกด้วยว่า หากคุณชอบตัวแต่งแบบ Colorado Extreme ที่เผยโฉมไปแล้วในงาน Motor Show 2016 ทาง Chevrolet เองได้มีเตรียม OEM Part แต่งเอาไว้ให้ลูกค้าสามารถแต่งได้เหมือนตัวต้นแบบ Colorado Extreme อีกด้วย
สรุป
2017 Chevrolet Colorado 4 x 4 High-Country ภายนอกหล่อแกร่งแบบอเมริกัน ภายในหรูฟังก์ชั่นครบ อัดแน่นแอดวานซ์เทคโนโลยี ปรับปรุงสมรรถนะดีขึ้น
แทบทุกอย่างที่ว่ามาทำให้ เจ้าโคโล ใหม่นี้ กลายเป็น Pick Up Premium ที่น่าใช้มากที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้ เหลือแค่ …. ราคา ซึ่งคาดว่าจะเปิดภายในอีก 1 เดือนนี้ที่จะถึงนี้
โดยรวม แม้ยังจุดที่น่าปรับปรุงอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รถคันนี้ น่าใช้ลดลงแต่อย่างใด
ทาง Chevrolet เองก็หมายมั่นปั้นมือว่า 2017 Colorado นี้จะกลับมาดึงตลาดกลุ่มผู้ใช้ Pick Up แบบ Premium ในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
จุดเด่น
จุดที่อยากให้มีเพิ่ม
ขอขอบคุณ Chevrolet Sales ประเทศไทย ที่ให้เกียรติเข้าร่วมทริปทดสอบ 2017 Chevrolet Colorado ใหม่ ในครั้งด้วยครับ
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver 9carthai
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " รีวิวสัมผัสแรก 2017 Chevrolet Colorado 4 x 4 High-Country หล่อ, หรู, ขับดีขึ้น เทคโนโลยีจัดเต็มที่สุดใน Pick-Up "