
รีวิว MG5 ทั้งเครื่องยนต์ NA และ เทอร์โบ รถ Sub-Compact ขนาด Compact ขับดีด้วย Brit Dynamic อันเลื่องชื่อ
เมื่อวันที่ 15-16 กพ. 2016 ที่ผ่านมา ทาง MG Sales (ประเทศไทย) เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบขับ “NEW MG5” พิสูจน์สมรรถนะรถยนต์ซีดานสไตล์คูเป้ที่สร้างมาตรฐานใหม่ ภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเส้นทางการทดสอบนั้นใช้เส้นทางระหว่างจังหวัดภูเก็ต – จังหวัดสุราษฏร์ธานี รวมระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร ซึ่งทาง 9carthai ของเราก็ได้มีโอกาสสัมผัส New MG5 กันเต็มๆ อีกครั้งภายหลังจากที่ได้ทดสอบ 1st Impression ก่อนเปิดตัว ณ สนามทดสอบ MG หลังซีคอนสแควร์ เมื่อช่วงเดือน พย. ที่ผ่านมา
สำหรับ NEW MG5 ประกอบด้วย รุ่น 1.5 2 รุ่น และ 1.5 เทอร์โบ 2 รุ่น รวม 4 รุ่นย่อยและราคา ดังนี้
NEW MG5 1.5 ลิตร รุ่น D 649,000 บาท
NEW MG5 1.5 ลิตร รุ่น X Sunroof 699,000 บาท
NEW MG5 TURBO 1.5 ลิตร รุ่น D 719,000 บาท
NEW MG5 TURBO 1.5 ลิตร รุ่น X Sunroof 759,000 บาท
ซึ่งในทริปนี้ทาง 9carthai เราได้ทดสอบ 2 รุ่น ได้แก่ MG5 1.5 X Sunroof และ MG5 Turbo X Sunroof
New MG5 หากวัดกันที่มิติตัวรถนั้น มันจะถูกจัดอยู่ในระดับ Compact Car (C-Segment) ซึ่งจะว่าไปใหญ่กว่า Compact Car หลายคันด้วยซ้ำ
– มีความกว้าง x ยาว x สูง = 4,612 x 1,804 x 1,488 มม.
– (รุ่น NA) ระยะฐานล้อกว้างถึง 1,543 มม. / (รุ่นเทอร์โบ) 1,544 มม.
– รุ่น 1.5X มีน้ำหนักตัว 1,285 กก. / รุ่น Turbo X 1,315 กก.
มีความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ภายนอก MG5 ดีไซน์ดูหรูในแบบฉบับ Sedan Coupe, ฝากระโปรงหน้า V-Shape, ไฟท้ายเรียงยาวเป็นชิ้นเดียว, ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ ให้มาในทุกรุ่นย่อย, ไฟ DRL ที่ช่องไฟตัดหมอก (รุ่นล่างจะเป็นไฟตัดหมอกปกติ) ติดตั้ง Sunroof ในรุ่น X คันที่เราได้ทดสอบทั้ง 2 รุ่นจะสวมยางขนาด 205/55/R16
MG5 จะมาพร้อมสีให้เลือก 5 สี ได้แก่ เทา Metal Grey, แดง Solid Red, ขาว Windsor White, ดำ Black Knight และ เงิน Silver Metallic
เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับภายในห้องโดยสาร ที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำ ซึ่งที่จริงในรุ่นท๊อปจะเลือกสีได้ว่าจะเป็นสีดำ หรือ เบจ NEW MG5 ได้พัฒนาภายในห้องโดยสารให้มีขนาดใหญ่เทียบเท่ารถ Compact ด้วย ไม่แพ้กับมิติภายนอกที่ขนาดใหญ่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น แผงคอนโซลหน้าและหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต พร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ สะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสขนาด 7” แสดงผลระบบนำทาง และภาพจากกล้องมองหลัง ตลอดจนการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ
จุดเด่นที่จะต้องพูดถึงก็คือ ระบบ inkaNet โดยสามารถเชื่อมต่อกับ SmartPhone ทั้ง IOS และ Android ที่มีให้ในทุกรุ่นย่อย เอาไว้เชื่อมต่อกับมือถือ โดยจะต้อง Log in ก่อน เพื่อให้แสดงผลค่าต่างๆ อาทิ Vehicle Alarm เมื่อมีคนมาเลื่อนรถ หรือ เคลื่อนย้ายรถ, Electronic Fence แจ้งเตือน เมื่อรถวิ่งออกไปนอกขอบเขต, Navigation ที่สามารถ Sent Location จาก Google Map เข้าไปได้, Fuel Consumption ที่สามารถเปรียบเทียบกับ MG5 คันอื่นๆได้, Travel Plan, i-Call โทรหา Call Center ให้ส่งที่หมายที่ต้องการมาให้ได้โดยสะดวก
สำหรับเบาะโดยสารนั้นเราพบว่า เบาะคู่หน้าดูจะโอบไม่กระชับช่วงไหล่ เนื่องจากไม่มีปีกเบาะ และการใช้มือหมุนปรับเบาะ ดูจะใช้งานลำบากไปหน่อย แต่ทาง MG ให้เหตุผลในเรื่องของการปรับได้ละเอียด
ในส่วนของเบาะตอนหลังนั้นผู้เขียนที่มีส่วนสูง 174 ซม. นั่งได้สบายมี Leg Room กว้างขวาง ขณะที่ HeadRoom ก็ไม่ถือว่าเตี้ยจนเกินไปไม่อึดอัดช่วงเหนือศรีษะ รวมไปถึงความกว้าง ที่สามารนั่งได้ที่แถวหลัง 3 คนโดยไม่อึดอัดจนเกินไป
เครื่องยนต์เบนซินของ MG5 มีให้เลือก 2 แบบ TURBO 1.5 ลิตร 129 แรงม้า@5,500rpm แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร@2,000-4,400rpmrpm และ 1.5 ลิตร 106 แรงม้า@6,000rpm แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร@4,500rpm ทั้งคู่รองรับน้ำมัน E85
ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ในรุ่น TURBO และแบบ 4 สปีด ในรุ่น 1.5 ลิตร มาพร้อมตำแหน่งกียร์ S และแบบ Manual ที่ สามารถควบคุม + – ได้เอง เพิ่มความเร้าใจตามสั่ง
ทางเราได้เริ่มขับในรุ่น 1.5 ลิตร NA เสียก่อน พบว่าด้วยพละกำลังเพียง 106 แรงม้า และแรงบิด 106 Nm ที่ออกมาสูงสุดในรอบ 4,500rpm แต่ต้องแบกน้ำหนักตัวเกือบ 1.3 ตัน นั่นจึงทำให้ อัตราเร่งนั้นดูจะเฉื่อย ออกตัวเนือยๆ ขาดความกระฉับกระเฉง ในการเร่งแซงรถคันหน้าอาจต้องคำนวนเผื่อระยะให้ดีเสียก่อน ขณะที่เกียร์ 4 Speed นั้น พบว่าการเซ็ทอัตราทดเกียร์ 4 นั้นดูจะทดต่ำ ซึ่งนั่นทาง MG ต้องการพยายามให้มันครอบคลุมทั้งการขับในเมือง และนอกเมือง แต่เราพบว่าการเซ็ทเช่นนี้ เหมือนจะให้รอบต่ำ คล้ายรถที่มีหลายเกียร์ แต่นั่นยิ่งส่งผลให้อัตราเร่งช่วงต้นหดหายไปอีก
ขณะที่รุ่น 1.5 Turbo นั้น พบว่ามีพละกำลังที่ดีขึ้น ซึ่งจะไปก็ดูจะเทียบเท่ากับรถยนต์ในคลาสเครื่องยนต์ 1.6 NA แต่แรงบิดสูงถึง 210Nm จึงทำให้อัตราเร่งช่วงต้นนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้เขียนให้คะแนนไล่เลี่ยกับรถเครื่องยนต์ 1.8 NA การที่ได้เทอร์โบช่วยปั่นเรียกทอร์ค มาตั้งแต่รอบต่ำ 2,000rpm จึงทำให้รถดูกระฉับกระเฉงขึ้นพอสมควร อัตราเร่งช่วงต้นถึงกลาง ทำได้ค่อนข้างดี ขณะที่ความเร็วที่รอบสูงนั้นดูจะไม่หวือหวานัก แต่จากการขับทดสอบของผู้เขียนได้มีโอกาสกดบนช่วงถนนโล่ง ความเร็วปลายก็ทำได้ถึงระดับ 180 กม./ชม.+ ซึ่งก็นับได้ว่าทำได้ดีในระดับของรถยนต์ 1.8 ลิตร NA ตามที่คาดไว้
ด้านอัตราสิ้นเปลืองในช่วงทดสอบ Eco Run เป็นช่วงที่เพิ่งสลับรถมาขับในรุ่น เทอร์โบ ซึ่งทาง 9carthai เราจับคู่กับทาง Auto.Sanook ซึ่งคันของเราตกลงกันว่าให้ ทาง Sanook เป็นผู้ขับ และ 9carthai เราจะช่วยดูในเรื่องของการคำนวณเวลาและระยะทางคงเหลือ เพื่อการใช้ความเร็วให้เหมาะสม
โดยเส้นทางในการผลการทดสอบนั้นมีระยะทาง 103.3 กม. กำหนดเวลาเดินทาง ไม่เกิน 75 นาที
คันของเราทำได้ที่ 5.3 ลิตร/ 100 กม. (18.8 กม./ลิตร) ขณะที่ค่าเฉลี่ยของรุ่นเทอร์โบจะอยู่ที่ 17.23 กม./ลิตร
ในรุ่น NA นั้นคันที่ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ตัวเลขดีที่สุดได้ 19.23 กม./ลิตร ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 16.78 กม./ลิตร
*คันของเราปิด-เปิด เครื่องปรับอากาศเป็นระยะ ใช้ความเร็วเฉลี่ย 100 กม./ชม.
ระบบกันสะเทือน MG5 ยังคงความโดดเด่นด้วย BRIT Dynamic ที่ยังให้ความมั่นใจได้ในทุกเส้นทางด้วยเอกลักษณ์ช่วงล่าง European Tuning Suspension การปรับจูนช่วงล่างตามแบบรถยุโรป ด้านหน้าแบบ Ultra-Rigid MacPherson Strut ด้านหลังแบบ H-Type Torsion Beam คานขวางแบบ U-Shape
โดยช่วงล่างของรุ่น Turbo ได้เซ็ทค่า Spring Rate ที่แตกต่างจากรุ่น NA แต่จากการขับขี่เราพบว่า ลักษณะของช่วงล่างทั้ง 2 รุ่นนั้นไม่ถือว่าแตกต่างกันมากนัก MG5 จะมีอาการช่วงล่างแน่นเฟิร์ม ซึ่งออกจะติดแข็งไปนิดด้วยซ้ำ
อาจจะดูไม่ค่อยซับแรงเท่าไร แต่การยึดเกาะที่ความเร็วสูงนั้นยอมรับว่าทำได้ดีทีเดียว ขณะที่การเข้าโค้งนั้นทรงช่วงล่างดูดี เฟิร์มกระชับ แต่หากเข้าโค้งหนักด้วยความเร็ว เราพบว่าด้านท้ายรถดูจะไม่คล้อยตามด้านหน้ารถนัก (ท้าย Understeer) ซึ่งใน MG6 ที่ใช้ช่วงล่างหลังแบบ Multi Link จะพบอาการนี้น้อยมาก ซึ่งก็ต้องถือเป็นเรื่องปกติ ของรถขับเคลื่อนล้อหน้าช่วงล่างหลังคานเป็นปกติอยู่แล้ว
ขณะที่พวงมาลัยแบบผ่อนแรงไฟฟ้า EPS มีรัศมีวงเลี้ยว 5.58 ม. ให้การตอบสนองดี ผ่อนแรงที่ความเร็วต่ำ แต่มีน้ำหนักแน่น และให้ความมั่นคงที่ความเร็วสูง รวมถึงการประคองพวงมาลัยในโค้งก็ทำได้ดีแม่นยำ ถือว่าทำได้ดีเกินมาตรฐานระดับ B-Car อย่างน่าประทับใจ
ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบ LDC (Low Dragging Calipers) ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และเฉียบคม หยุดได้ตามเท้าสั่ง เบรกทำได้ดีสามารถหยุดความแรงของเครื่องยนต์ระดับ 129 PS ลงได้อย่างกำราบ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเบรก ABS, EBD เป็นมาตรฐานของรถ
ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย MG5 อัดแน่นด้วย 9 ระบบ Integrated Active Safety Systems ได้แก่ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill Start Assist System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS – Traction Control System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน (ABS – Anti-lock Braking System) พร้อมระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD – Electronic Brake Force Distribution) ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR – Motor control Slide Retainer) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC – Curve Brake Control) และ ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (ITPMS – Indirect Tire Pressure Monitor System) นอกจากนี้ ยังเพิ่มความมั่นใจกับระบบเสริมแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBA – Electronic Brake Assist) และ ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS – Stability Control System)
สรุป
MG5 ถือเป็นรถ B-Car ที่ให้ความครอบคลุมทางด้านฟังก์ชั่น และลูกเล่นที่น่าสนใจอย่าง Inkanet
แต่ทำราคาอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ จนผู้คนต่างให้ความสนใจในรถ MG5 เป็นอันมาก ขณะที่เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่รุ่น 1.5 NA เน้นความประหยัด ไปจนถึงรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 Turbo ที่มีสมรรถนะเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.8 NA
หากคุณอยากได้รถ B-Car ที่คุ้มค่าด้านราคา ทั้งระบบการควบคุมที่ปลอดภัย เทคโนโลยีช่วยเหลือ รวมถึงพื้นที่โดยสารที่กว้างขวางเกินใคร แต่มีราคาย่อมเยาว์ New MG5 นี่ล่ะที่จะมาตอบโจทย์นั้นให้กับคุณ
จุดเด่น
จุดที่อยากให้มีเพิ่ม
ขอขอบคุณ MG Sales ประเทศไทย สำหรับทริปทดสอบ MG5 ในครั้งนี้
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
โปรโมชั่น MG5 เดือนกุมภาพันธ์ 2559
ประกันชั้น 1 + พรบ ของ LMG 1 ปี
ส่วนลด 10,000 บาท
ฟิลม์กรองแสง AA
กล้องหน้ารถ(ต้องติดฟิลม์ยี่ห้อAAเท่านั้น)
พรมปูพื้น MG
ผ้ายางลายกระดุมสีดำ
กรอบป้ายทะเบียน
น้ำมัน 300
ถาดท้าย
สคัพเพลท
รับประกันตัวรถ 4 ปี
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 10000-50000 กม.
พ่นกันสนิท
ขัดเคลือบสี
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
คุณบี MG สาขาเพชรเกษม 65 บางแค
ติดต่อ 084-0050440 ไอดีไลน์ : beblaire