
รีวิว New MG6 Sedan 1.8 Turbo X Sunroof ดีเยี่ยมทั้งสมรรถนะและดีไซน์
ลืมภาพลักษณ์ MG6 ทั้งหมดในอดีตที่คุณเคยรู้จัก เคยสัมผัส เคยได้ยิน เพราะ MG6 มีการปรับปรุงใหม่จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม และใส่เทคโนโลยีใหม่เพิ่มเข้าไปเยอะมาก ดีเยี่ยมจนขึ้นไปอยู่แถวหน้าของรถยนต์ในกลุ่ม C-Segment ที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งในตลาด จะน่าเสียดายอย่างมากถ้าคุณกำลังเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ในระดับนี้ แต่มองข้ามหรือยังไม่ได้ทดลองขับ New MG6 ก่อนตัดสินใจ
New MG6 ที่ทีมงาน 9CarThai ได้นำมาทดสอบขับรีวิวในครั้งนี้ เป็นรูปทรงแบบ Sedan เกรดท็อปสุด คือ 1.8 X Turbo Sunroof ราคา 1,128,000 บาท เห็นราคาแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าแพง จนกว่าจะอ่านบทความรีวิวนี้ให้จบ แล้วไปทดลองขับในสนามทดสอบด้วยตนเองที่ MG Driving Experience Centre ใกล้ Seacon Square ถนนศรีนครินทร์ จะรู้ว่า New MG6 มีดีหลายอย่าง ราคาเริ่มต้น 8.98 แสนบาท จนถึง 1.128 ล้านบาท คุ้มค่าทุกรุ่นย่อย ประสิทธิภาพ สมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่มีให้ มั่นใจได้เลยว่าเหนือชั้นกว่าคู่แข่งแน่นอน
ดีไซน์ภายนอก : รูปลักษณ์ใหม่ ทันสมัย สปอร์ตเฉียบคม
ด้านหน้าดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ดูแหลมคม สปอร์ตโฉบเฉี่ยว แนวทางเดียวกันกับ MG รุ่นใหม่ ๆ
กระจังหน้าสวย สอดรับกับไฟหน้า
ไฟหน้า Bi-Xenon HID พร้อมหัวฉีดน้ำล้างไฟหน้าแบบรถยุโรประดับราคาหลายล้านบาท
ไฟ Daytime Running Lights
เส้นสายบนฝากระโปรงหน้า สอดรับกับแนวของกระจังหน้าอย่างลงตัว
New MG6 มีทั้งแบบ Sedan และ Fastback ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าสวยทั้ง 2 แบบ ตัดสินใจเลือกได้ยาก ดูดีทั้ง 2 สไตล์ เพราะดีไซน์ด้านท้ายของทั้งสองแบบนี้ ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยส่วนตัวชอบแบบ Sedan มากกว่าเพราะได้ไฟท้ายแบบ LED Tube สุดเท่
ล้ออัลลอยปัดเงาขอบดำลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ได้อารมณ์ทั้งหรูหราและสปอร์ต
เสริมความเท่ด้วยโครเมียมที่ซุ้มล้อหน้า
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง
เส้นโครเมี่ยมพาดยาวที่ขอบหน้าต่าง และมือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
Sunroof เป็น Option ที่ทำให้ราคารถสูงขึ้น แต่ก็มีประโยชน์ไม่น้อย
เสาอากาศพร้อมไฟเบรค
ส่วนท้ายดูใหญ่อวบหนามีเสน่ห์ ดูสมส่วน
ใต้โลโก้ MG มีกล้องมองขณะถอยหลัง และปุ่มเปิดฝาท้ายขนาบข้าง ทั้งนี้สามารถเปิดได้ด้วย Remote เช่นกัน
Emblem ของ MG6 Turbo ตอกย้ำความแรงติดเทอร์โบชาร์จ
ล้ำยุคด้วยไฟท้ายแบบ LED Tube ทรงโค้งสไตล์รถยุโรป
ติดตั้ง Sensor กะระยะถอยหลัง 4 จุดมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ฝาท้ายมีโช้คอัพช่วยผ่อนแรง
ห้องสัมภาระท้าย กว้างมากเมื่อเทียบกับมะพร้าวลูกใหญ่พิเศษ
ยางอะไหล่และชุดอุปกรณ์เปลี่ยนล้อ
ฝาถังน้ำมันอยู่ทางด้านขวาตามสไตล์รถยุโรป มีป้ายกำกับว่ารองรับน้ำมัน E10 E20 และ E85
ไฟส่องสว่างมองเห็นได้ชัดเจนดีมาก และสวยงามล้ำสมัยไปอีกหลายปี
ห้องโดยสาร : ออกแบบใหม่ สปอร์ตลงตัวมาพร้อมกับความสะดวกสบาย
ห้องโดยสารโปร่งโล่ง กว้าง เพดานไม่ต่ำ ทัศนวิสัยในการมองเห็น ถือว่ากำลังดี เบาะคู่หน้าปรับความสูงได้หลายระดับ ไม่ว่าผู้ขับจะมีความสูงเท่าไร ก็ไม่มีปัญหา
เปิด Sunroof เพื่อรับลมหรือจะเปิดเพื่อรับแสงให้เข้ามาในห้องโดยสาร เพิ่มความสว่างในห้องโดยสารช่วงเช้าหรือเย็น จุดนี้ถือว่ามีประโยชน์มาก เป็นฟังก์ชั่นที่ใช้ทุกวันในระหว่างการทดสอบขับ
ผนังประตูตกแต่งเล่นสีแบบทูโทน ดูสวยงามดี ปุ่มปรับมุมกระจกมองข้าง ก็อยู่ที่ประตูคนขับ
มุมเปิดประตูกว้าง เข้าออกได้สะดวก
เบาะคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า
คอนโซลออกแบบได้สวยงามตามสไตล์รถยุโรป
มีให้เลือกทั้งเบาะหนังสีดำด้ายแดงหรือเบาะสีเบจ โดยส่วนตัวแล้วเลือกเบาะสีเบจ เพราะทำให้ห้องโดยสารดูสว่างโปร่งโล่ง แต่ถ้าอยากได้อารมณ์แบบสปอร์ต ต้องเบาะหนังสีดำด้ายแดงเท่านั้น
มีที่พักเท้าซ้ายให้ตามมาตรฐานของรถยนต์สมัยนี้
กระจกมองข้าง ให้มุมมองค่อนข้างกว้างดี
พวงมาลัยปรับสูงต่ำและดึงเข้าออกได้
สวิตช์ไฟส่องสว่าง อยู่ใต้ช่องลมแอร์
พวงมาลัยมีปุ่มเลื่อนหน้าจอแสดงข้อมูลและ Volume
อีกฝั่งเป็นปุ่ม Cruise Control พร้อม Jog Dial เลื่อนปรับความเร็วได้เอง
Paddle Shift และสวิตช์ที่ปัดน้ำฝน ความถี่ในการปัดแบบอัตโนมัติขึ้นอยู่กับความแรงของฝน
ส่วนสวิตช์เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวอยู่ทางฝั่งซ้ายตามสไตล์รถยุโรป หากเคยชินกับรถญี่ปุ่น ต้องปรับตัวเล็กน้อย
มาตรวัดและหน้าจอแสดงข้อมูล โดยไฟมาตรวัดจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดเมื่อใช้เกียร์โหมด Sport
หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ครบครันทุกฟังก์ชั่น มาพร้อมระบบนำทาง และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ
ไฟส่องแผนที่และสวิตช์เปิดปิด Sunroof ที่เปิดปิดมากน้อยแค่ไหนก็ได้ตามต้องการ
ที่บังแดดมีไฟกระจกสองหน้าทั้งสองฝั่ง
ช่องเก็บของด้านหน้า พอใส่ของจุกจิกได้เล็กน้อย
ปุ่มควบคุมระบบความบันเทิง
มีจุดเสียบ USB Input ได้สองตำแหน่ง อีกฝั่งอยู่ที่ใต้สวิตช์เปิดปิดไฟหน้า
ที่เสียบกุญแจ ดันเพื่อกดสตาร์ตเครื่องยนต์ สะดวกดีมาก มีไฟสว่าง สตาร์ตได้ง่ายแม้ในที่มืดสนิท
เครื่องปรับอากาศแบบ Dual Zone แยกฝั่งอิสระ ปรับได้เย็นสุด 16 องศา
ช่องจ่ายไฟ 12V
ใต้ที่วางแขนของคอนโซลกลาง ปรับใช้เป็นตู้แช่เย็นได้ หรือปรับไม่ให้ความเย็นเข้ามาเพื่อใส่ของก็ได้
มีระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold ไม่ต้องเหยียบเบรกแช่ไว้นานจนเมื่อยเท้าในระหว่างรถติด ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากจริง ๆ สำหรับชีวิตคนเมือง
ห้องโดยสารด้านหลัง เข้าออกได้สะดวก ออกแบบได้ดีไม่มีปัญหาศีรษะชนขอบหลังคา
มีม่านกระจกหลัง
ที่วางแขนพร้อมที่วางเครื่องดื่ม ทำมุมสูงพอดีกับสรีระ
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ปรับลดแรงลมได้
เบาะยาวรองน่องได้พอดี
โดยรวมถือว่านั่งสบาย ผ่อนคลาย ไม่ค่อยเมื่อยแม้เดินทางไกล
พับเบาะได้แบบ 60 : 40
ไฟส่องสว่างห้องโดยสารตอนหลัง
ประตูห้องโดยสารตอนหลัง มีลำโพงแยกทุ้มแหลม 2 ตำแหน่งตรงส่วนล่างกับใกล้ที่เปิดประตู
คู่มือการใช้รถและระบบนำทาง ใส่มาในกระเป๋าหนังอย่างดี เป็นข้อมูลที่ละเอียดครบถ้วนดีมาก อ่านเข้าใจง่าย
กุญแจรีโมท ไม่มีส่วนที่เป็นโลหะ เสียบเข้าไปในช่องกรอบไฟสีแดงให้จมมิด ก็เป็นการสตาร์ตรถทันที และกดเด้งออกเพื่อดับเครื่องยนต์ เป็นแนวคิดที่เข้าท่าดี
เครื่องยนต์
ฝาหน้า มีโช้คช่วยผ่อนแรง เปิดปิดได้ง่ายมาก ไม่ต้องออกแรง โดยน้ำหนักฝากระโปรงของ MG ถือว่าหนักกว่ารถทั่วไปในระดับเดียวกัน เพราะเหล็กหนากว่า จุดนี้ถือว่ามีประโยชน์มาก
เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.8 ลิตร TCI-Tech ให้กำลัง 161 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบคลัทช์คู่
ระบบความบันเทิง ระบบนำทาง และ inkaNet
inkaNet ไม่ได้เป็นแค่แอปพลิเคชัน แต่เป็นระบบที่ใช้สื่อสารระหว่างรถยนต์ MG กับผู้ขับขี่ โดยเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย ที่ให้ความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรถ การจราจร เส้นทาง ระบบนำทางที่สามารถกำหนดเพิ่มเติมสถานที่ที่สนใจของผู้ขับขี่ได้ด้วยตัวเอง โดยผู้ใช้สามารถใช้งานและสั่งการได้ผ่านทางสมาร์ทโฟนและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และวางใจได้ในการขับขี่ในทุกการเดินทาง
จอภาพระบบสัมผัส สั่งงานง่าย แค่สัมผัสเบา ๆ ไม่ต้องจิ้มแรง ไม่มีปัญหาแสงสะท้อน สว่างสู้แสงกลางแจ้งได้ ปิดหน้าจอได้หากไม่ต้องให้แสงหน้าจอรบกวนสายตา รองรับการแสดงผลภาษาไทย แสดงปกอัลบั้มเพลงเมื่อเล่นเพลงใน USB Flashdrive ปรับตั้งค่าได้มากมายให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ขับขี่
New MG 6 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ
ระบบความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ New MG6 จึงยกระดับความปลอดภัยด้วย 10 Active safety Systems จัดเต็มด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด และโครงสร้างตัวถังนิรภัย Ultimate Stiffness Design ที่เสริมความแข็งแรงในทุกส่วนของรถ เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่
ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้นด้วยฟังก์ชั่นใหม่ใน MG6
ทดสอบขับ
ทีมงาน 9CarThai ได้ทดสอบขับ New MG6 รวมระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ทั้งในตัวเมืองกรุงเทพฯ และวิ่งไปกลับเส้นทาง กรุงเทพฯ – ราชบุรี รวมทั้งทดสอบในสนาม MG Driving Experience Centre ครบทุกรูปแบบ จนได้สัมผัสถึงประสบการณ์และดึงสมรรถนะของ New MG6 ออกมาครบถ้วนทุกฟังก์ชั่นการขับขี่ สรุปได้ดังนี้
ทำไมต้องเลือก New MG6
รถยอดนิยมขายดี ไม่ได้หมายความว่าเป็นรถที่ดีที่สุด ด้วยราคาที่แทบจะไม่ต่างกัน มีเฉพาะลูกค้า New MG6 เท่านั้นที่ได้อะไรมากกว่า คุ้มกว่า ในระดับราคาเดียวกัน New MG6 เป็นความสมบูรณ์แบบที่ผสมผสานลงตัวระหว่างสปอร์ตเทอร์โบกับความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ต้องได้อย่างเสียอย่าง แต่ครบทุกอย่างในคันเดียว
ระบบช่วงล่าง ความปลอดภัย และความรู้สึกในการขับขี่ แทบไม่ต่างจากรถยุโรปในระดับราคา 2-3 ล้านบาท เป็นจุดเด่นที่สำคัญของ MG6 ที่เหนือชั้นกว่ารถคู่แข่งในระดับ C-Segment ความสมบูรณ์แบบแทบจะไร้ที่ติในทุกการทดสอบของทีมงาน 9CarThai ที่กล้าการันตีว่า New MG6 เป็นรถที่ทำคะแนนดีเยี่ยมแทบทุกด้าน รถยนต์ที่ดี ต้องบอกต่อให้ผู้อ่านรู้จัก จึงเป็นที่มาของบทความรีวิวนี้
ด้วยแนวคิด Brit Dynamic ของ MG ทำให้สร้างสรรค์ New MG6 ได้ดีเยี่ยมทั้งสมรรถนะ (Performance) การควบคุมรถ (Handling) ความปลอดภัย (Safety) และความสวยงามในการออกแบบ (Design) ครบลงตัวในคันเดียวกัน กลายเป็นรถยนต์ที่ขับสนุกมาก ได้อารมณ์สปอร์ตเต็มพิกัด สมรรถนะแรงสะใจ ควบคุมรถได้ดั่งใจ มั่นใจได้ในความปลอดภัย
New MG6 1.8 Turbo X Sedan เป็นสปอร์ตซีดาน ที่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วนตามที่กลุ่มเป้าหมายอย่างคนรุ่นใหม่จนถึงวัยกลางคนช่วงอายุ 25-40 ปีต้องการแน่นอน ได้อารมณ์แบบรถยุโรปในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ซึ่ง MG ก็มีโปรโมชั่น แคมเปญส่งเสริมการขายต่อเนื่องทั้งปีอยู่แล้ว
New MG6 รถดีจริง ท้าให้ลอง!
ไม่ต้องเชื่อทุกคำวิจารณ์ ไม่ต้องให้คนรอบข้างมาตัดสินใจแทน แนะนำให้ทดสอบขับด้วยตนเองในสนามจริงที่ MG Driving Experience Centre ใกล้ Seacon Square ถนนศรีนครินทร์ เปิดบริการทุกวันยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทดสอบให้หายข้องใจทุกฟังก์ชั่น ให้เห็นทุกสมรรถนะอย่างเต็มที่ อย่างในคลิปทดสอบนี้
MG มี Driving Instructor คอยให้แนะนำและสาธิตทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อการขับขี่ทดสอบสมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเป็นประสบการณ์ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ไม่ว่าใครก็มาทดสอบขับได้ ไม่ได้บังคับซื้อ ไม่มีพนักขายมากดดัน ไม่มีใครตามตื้อแบบ Hard Sale เพราะ MG ต้องการให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ ให้มั่นใจว่ารถยนต์ MG มีดีเหนือคู่แข่งจริง ๆ น่าเสียดาย หากตัดสินใจซื้อรถจากคู่แข่ง โดยที่ยังไม่เคยทดลองขับจริง มั่นใจว่าหากได้ทดลองขับ คุณจะปันใจให้ New MG6 กลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในกลุ่มรถยนต์ระดับราคานี้ สำหรับผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัดก็สามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูม MG ในพื้นที่ใกล้บ้าน
ข้อสังเกต
ที่เสียบเข็มขัดนิรภัยเบาะคู่หน้า อยู่จมลึกไปหน่อย กับพวงมาลัยที่อยากให้ MG ปรับให้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อขับด้วยความเร็วสูงเกิน 100 km/h ขึ้นไป และน้ำหนักที่เบาลงกว่านี้ในขณะถอยจอดหรือเลี้ยวออกจากช่องจอด เป็นสิ่งที่อยากให้ปรับปรุง นอกนั้นส่วนอื่น ๆ ถือว่า New MG6 สมบูรณ์แบบในทุกด้านอยู่แล้ว
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " รีวิว New MG6 Sedan 1.8 Turbo X Sunroof ดีเยี่ยมทั้งสมรรถนะและดีไซน์ "