
รีวิว Royal Enfield Classic 500 (Desert Strom) ย้อนวันวานรถทหารยุคสงครามโลก ที่คุณหาขี่ได้ในปัจจุบัน
สวัสดีครับเพื่อนๆ 9carthai ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอ รีวิว Royal Enfield Continental GT เอาใจคอคาเฟ่ กันไปแล้ว ทางเราขอมารีวิวรถคันต่อมาที่ใช้เครื่องยนต์ 500cc จาก Royal Enfield นั่นก็คือ Classic Desert Storm (Classic 500) กันต่อครับ
Royal Enfield Classic 500 ถือเป็นรถที่มีรูปทรงสมชื่อคลาสสิค มากับสีน้ำตาลทะเลทราย อันชวนให้เห็นภาพของรถทหารในยุคสงครามโลก พร้อมลุยแบบถึกทนบนสมรภูมิทะเลทรายอันแห้งแล้ง
Classic 500 นี้ ใช้ไฟหน้าทรงกลมแบบ Tiger Eyes ที่มาพร้อมกรอบยื่นออกมาด้านบนดูคล้าย Eyeslid ตามแบบฉบับรถตระกูล Bullet และ Classic
มาตรวัดทรงกลมบอกความเร็ว และ Odometer ไม่มีมาตรวัดรอบให้ในรุ่น Classic มาตรทรงกลมขนาดเล็กทางด้านขวา ไฟเตือนระดับน้ำมัน และไฟเตือนเครื่องยนต์
ห้องเครื่องและกล่องเครื่องมือสไตล์ยุค 1950 ที่ต้องใช้กุญแจไข
แคร้งเครื่องยนต์แบบขัดเงา มอบสัมผัสหรูมีระดับเช่นเดียวกับตัว GT
ล้อซี่ลวด ถูกห่อหุ้มด้วยยาง AVON ล้อหน้าสวมไซส์ 90/90/R19 ล้อหลังไซส์ 110/80/R18
นอกจากนี้จะสังเกตุเห็นพักเท้าหลัง ซึ่งทำมาเพื่อรองรับกับการติดตั้งเบาะยาวซ้อน 2 อีกด้วย
พร้อมยังมีที่จับทางด้านซ้ายของเบาะ ซึ่งเอาไว้จับเวลายกขาตั้งคู่
สำหรับ Classic 500 มีน้ำหนัก 187 กก. (Kerb Weight)
ถังน้ำมันจุ 14.5 ลิตร +- 1 ลิตร โดยฝาถังใช้บิดหมุนได้เลยโดยไม่ต้องเสียบกุญแจ
ท่านั่งขี่
ตำแหน่งท่านั่งค่อนข้างสบาย เบาะที่ไม่สูงเกินไป ตำแหน่งวางเท้าที่เขยิบไปทางด้านหน้าเล็กน้อย (ไม่เท่ากับครุยเซอร์)
ช่วยให้ตำแหน่งนั่งค่อนข้างดีได้หลักสรีระศาสตร์หลังตรง และไม่ปวดเมื่อย แต่แฮนด์ที่งุ้มไปทางด้านหน้ามากไปนิด จึงอาจทำให้แขนดูกางแบะๆ ออกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคในการควบคุม
แต่สำหรับถังน้ำมันที่ดูโค้งมน อาจจะไม่ค่อยกระชับกับต้นขาในการหนีบตัวถังมากนัก
เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด EFI 499cc สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลัง 27.2 bhp@5,250rpm แรงบิด 41.3 Nm@4,000rpm ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์แบบ 5 Speed
ทันทีที่ติดเครื่องยนต์ ของเจ้า Classic 500 นี้ เราจะพบได้เลยว่าเสียงนั้นดูแน่น และน่าฟังกว่าตัว GT 535cc
เมื่อกำคลัชพร้อมออกตัว คลัชสายของเจ้า Classic 500 นี้ดูจะตั้งมาค่อนข้างแข็งทีเดียว อาจทำให้การขี่ในเมืองนั้นมีเมื่อยนิ้วได้บ้างหากใช้ 2 นิ้วในการกำคลัช
สำหรับการหาเกียร์ว่างนั้นทำได้ง่ายดาย ซึ่งต่างจาก GT เป็นอย่างมาก
ในด้านสมรรถนะ หากมองจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว จะพบว่ามันไม่ได้ด้อยไปกว่า 535cc ในตัว GT มากนัก ในจังหวะเริ่มเคลื่อนตัวของเจ้า Classic 500 นี้ คุณจะต้องเติมคันเร่งในมือเพิ่มมากเข้าไปเพื่อให้ออกตัวได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งจุดนี้ในจังหวะพุ่งออกตัว GT ทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทว่าภาพรวมเครื่องยนต์บล๊อกนี้มีแรงบิดระดับ 41 Nm นี้ ก็ยังมอบอัตราเร่งที่เรียกได้ว่าแรงเกินรูปลักษณ์ ทอร์คในรอบกลางๆ เมื่อเริ่มมาแล้ว การแซงรถบนท้องถนนในเมืองไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด แน่นอนไม่ต้องเน้นแรงม้าจากรอบปลาย เพียงกำลังในย่านต้นๆ-กลาง กำลังนั้นมีให้อย่างเหลือเฟื่อสำหรับใช้งานในเมือง หากต้องนำมันไปวิ่งบนถนนหลวงที่ต้องใช้ความเร็วย่านปลาย เราต้องยอมรับความจริงว่า ด้วยสไตล์เครื่องยนต์สูบเดียวช่วงชักยาวเช่นนี้ พบสั่นว่ามันสะเทือนมากทีเดียว (บริเวณข้อมือขวา และเท้าซ้าย) ที่ระดับมากกว่า 90 กม./ชม.ขึ้นไป (ขี่สบายมือที่ความเร็วต่ำกว่า 90 กม./ชม.)
ระบบเบรก ด้านหน้าจานดิสก์ขนาด 280 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ ด้านหลังใช้ดรัมเบรก ขนาด 153 มม.
ในฟีลลิ่งของการเบรก เราพบว่ามันดูทื่อๆ ไปหน่อย อาจต้องปรับตัวนิดจากการขี่ GT มาขี่ Classic เนื่องจากปั๊มเบรกตัวนี้ไม่ใช่ Brembo และด้านหลังเป็นดรัมเบรก เพื่อความมั่นใจในการลงน้ำหนักเบรกจะต้องลงน้ำหนักเบรกเท้ามากขึ้น และในบางครั้งลงหนักไปหน่อย อาจเริ่มมีอาการล้อล๊อกด้านท้ายนิดๆ ดังนั้นการชะลอความเร็วในรุ่น Classic นี้ ควรเผื่อระยะเบรกให้เพิ่มมากขึ้น เพราะ Classic นี้อาจไม่ได้เน้นรองรับการขี่แบบสปอร์ตนัก
ช่วงล่าง โช้คอัพหน้า Telescopic ขนาดแกน 35 มม. มีระยะเคลื่อนตัว 110 มม. ด้านหลังใช้โช้คแก๊สคู่ สามารถปรับ Preload ได้ 5 ระดับ มีระยะเคลื่อนตัว 80 มม.
ในรุ่นนี้ เราพบว่ามันดูนิ่มนั่งสบาย และซับแรงดีกว่า Continental GT อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากใต้เบาะนั่งได้มีสปริง เสริมเพื่อรองรับแรงกระแทกเพิ่มเข้ามา อารมณ์โดยรวมของช่วงล่าง Classic 500 นี้ให้ความผ่อนคลาย เหมาะแก่การขี่ชิลๆ เพื่อลาดตระเวนในกองทัพเสียจริงๆ หรือจะเอาไปขี่แถบชายหาดทะเลทราย ก็ดูจะเข้าทีไม่น้อย
สรุป
Royal Enfield Classic นับเป็นรถคลาสสิคอันเก่าแก่ มีชื่อเสียงดั้งเดิมจากเกาะอังกฤษ กว่า 100 ปี ซึ่งแน่นอน ตั้งแต่สมัยสงครามโลก และรูปลักษณ์ของเจ้า Classic 500 นี้ ก็ยังคงสไตล์รถตรวจการณ์ทหารยุคสงครามโลกได้เป็นอย่างดี หากคุณต้องการกลิ่น Retro Classic ขนานแท้ ที่พร้อมลุยสมบุกสมบันอึดถึกทนตระกูล Classic นั้นเจ้า Royal Enfield Classic นี้จะตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี ด้วยสไตล์เครื่องยนต์ 1 สูบ 500cc นั้น อาการที่ไม่พึงประสงค์ ก็คือ อาการสั่นอย่างรุนแรง เมื่อคุณขี่ด้วยความเร็วระดับ 90 กม./ชม. ขึ้นไป ซึ่ง ถ้าคุณไม่ได้ต้องการควบเจ้า Classic คันนี้ไปไกลๆ ล่ะก็ ยังพอทนกับอาการสั่นได้ ดังนั้นเจ้าคลาสสิค ดั้งเดิมคันนี้ มันจะเหมาะมากหากคุณใช้ขี่ชิลๆ แบบวัตถุประสงค์ต้นกำเนิดของมัน คือ รถขี่ตรวจการณ์แบบทหาร หรือ จะเรียกได้ว่าให้คุณขี่ชิลๆ นั่นล่ะ
จุดเด่น
– รูปลักษณ์คลาสสิคแบบต้นกำเนิดดั้งเดิม
– เป็นรถนำเข้า ที่มีราคาดึงดูดน่าจับต้อง
– ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศที่ทำได้ดี
จุดที่น่าจะมีเพิ่มเติม
– ฝาถังน้ำมัน แบบเสียบกุญแจเพื่อความปลอดภัย
– การสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่เบาลงกว่านี้
ขอขอบคุณ บริษัท เจเนอรัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด สำหรับรถทดสอบ Continental GT Red ราคา 2.198 แสนบาท
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver + Photos
อาจารย์บอย กรณ์ชนนท์ เจตน์ปรีชาโชติ Test Driver + Photos
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " รีวิว Royal Enfield Classic 500 (Desert Strom) ย้อนวันวานรถทหารยุคสงครามโลก ที่คุณหาขี่ได้ในปัจจุบัน "