
TEST GROUP : MICHELIN ‘Primacy 4′ นุ่มเงียบปลอดภัย มั่นใจในทุกช่วงเวลาที่ใช้งาน
MICHELIN ผู้ผลิตยางชั้นนำของโลก ได้ปฏิวัติประสิทธิภาพของยางรถยนต์ ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการคิดค้นพัฒนายาง ที่สามารถมอบความปลอดภัยและมั่นใจทั้งตอนสภาพใหม่และเมื่อผ่านการใช้งานไปแล้ว ภายใต้แนวคิด “อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน หรือ Safe When New, Safe When Worn” โดยแนวคิดดังกล่าวนี้ได้ถูกนำมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตยางรุ่นล่าสุดในตระกูล Primacy ภายใต้ชื่อในการทำตลาดว่า ‘Primacy 4′ (ไพรมาซี่ 4)
โดยเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มิชลินได้จัดงานเปิดตัวยาง ‘Primacy 4′ ในประเทศไทย ณ โรงแรม เรเนอซอง พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดชลบุรี พร้อมเชิญสื่อมวลชนจากหลายประเทศเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย โดยได้รับเกียรติจาก Mr.Cyrille Roget ตำแหน่ง Director of Scientific & Innovation Communication MICHELIN Headquarters เป็นผู้อธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการทดสอบประสิทธิภาพของยางซึ่งเป็นจุดเด่นด้วย ร่วมด้วย Mr. Louis Giraud ตำแหน่ง Marketing Director Passenger Car East Asia & Oceania และ Mr. Kajornpop Muller ตำแหน่ง Project Manager ร่วมให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ไพรมาซี่ 4 มาพร้อม 2 เทคโนโลยีหน้าล่าสุดเอกสิทธิ์เฉพาะมิชลิน โดยใช้เวลาในการออกแบบพัฒนานานถึง 3 ปี โดยองค์ประกอบแรกคือเทคโนโลยี EverGrip™ ที่ประกอบด้วย ร่องรีดน้ำแบบใหม่ ซึ่งออกแบบให้มีพื้นที่ในการรีดน้ำเพิ่มขึ้นถึง 50% ทงั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก เมื่อเทียบบกับยางรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีขึ้นและปลอดภัยเมื่อยางผ่านการใช้งานมานานจนใกล้หมดดอก รวมทั้งสูตรผสมเนื้อยางนวัตกรรมล่าสุด ที่เพิ่ม Active Bonding Element ทำให้การยึดเกาะของซิลิก้ากับโพลิเมอร์เข้ากันได้ดีสม่ำเสมอมากกว่าสูตรเนื้อยางทั่วไป อีกทั้งยังส่งผลให้เนื้อยางมีความยืดหยุ่นและเกาะถนนได้ดีบนถนนเปียก แม้เมื่อยางผ่านการใช้งานจนใกล้หมดดอก
องค์ประกอบที่สองเทคโนโลยี Silent Rib เจเนอเรชั่นที่ 2 ช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าสู่ห้องโดยสาร ด้วย ‘แถบเนื้อยางเสริม’ ระหว่างบล็อกดอกยางแบบเต็มหน้ายาง (Inter-Locking Bands) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดเสียงที่เกิดจากการบีบอัดอากาศภายในช่องว่างของบล็อกดอกยาง แต่ยังช่วยให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายตลอดการเดินทาง
โดยก่อนหน้านี้ช่วงเดือนมกราคมและพฤษภาคมที่ผ่านมา มิชลินได้ทำการทดสอบระยะเบรกของ ‘Primacy 4′ บนถนนเปียกพร้อมเปรียบเทียบกับยางชั้นนำแบรนด์อื่นๆ ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก โดยผลที่ได้จาการทดสอบ ในกรณียางใหม่ด้วยกัน ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ 2.5 เมตร ส่วน ยางใกล้หมดดอก ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ ถึง 5.1 เมตร และเมื่อเทียบกับยางใหม่ของแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ที่ใกล้หมดดอกก็ยังมีระยะเบรกสั้นกว่ายางใหม่ของแบรนด์อื่นๆ ถึง 1.8 เมตร หรืออาจอธิบายได้ว่ายาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ที่ใกล้หมดดอกยังให้ความปลอดภัยมากกว่ายางใหม่บางรุ่นของแบรนด์อื่นๆ
ผลการทดสอบระยะเบรก ขับบนพื้นถนนเปียกและแห้งที่อุณหภูมิ 27-32° โดยติดตั้งยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 ขนาด 255/50R17 เส้นใหม่บนรถทดสอบ Honda Accord ด้วยความเร็ว 0-80 กม/ชม เปรียบเทียบกับยางมิชลิน ไพรมาซี่ 4 รุ่นเดียวที่ใกล้หมดดอก (คำว่า ‘ใกล้หมดดอก’ หมายถึง ยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2 มิลลิเมตร สำหรับผลการทดสอบเสียงภายในห้องโดยสารรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 50-70 กม/ชม และผลการประเมินความนุ่มสบายที่ ความเร็ว 30-50 กม/ชม
โดยกิจการเปิดตัวครั้งนี้ ก็มีการการทดสอบยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ อีกครั้งบนลานกว้างในสวนนงนุช ที่จัดเป็นพื้นที่ทดสอบเฉพาะกิจ อย่างไรก็ดีทางคณะสื่อมวลชนที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น โดยการทดสอบใช้สัญญาณ GPS จับกับดาวเทียมวัดความเร็วเป็นตัววัดระยะเบรก (นับตั้งแต่การกดเบรก) ผู้ทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเพราะแข่งรถฝีมืออย่าง ‘มานะ พรศิริเชิด’ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสามารถใช้ความเร็วถึงจุดที่ต้องการและเบรกได้แม่นยำทุกครั้ง ซึ่งทั้ง 2 องค์ประกอบ มีผลมากต่อการวัดระยะเบรก สำหรับรถที่ใช้เป็น Honda Accord โดยเปรียบเทียบกับยางใหม่และยางใกล้หมดดอก ทั้งของ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ และของคู่แข่งชั้นนำในตลาดอีก 2 แบรนด์ ซึ่งใส่กับล้อแม็กขนาดเดียวกันรุ่นเดียวกันทุกแบรนด์
สำหรับความเร็วนั้นที่ใช้ก่อนเบรกคือ 80 กม./ชม. เริ่มต้นการทดสอบด้วยยางใหม่ของ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ และเบรกบนส่วนพื้นแทร็คก็มีการฉีดน้ำให้ขังเป็นชั้นฟิล์มตลอดเวลา จำนวน 3 รอบ จากนั้นเปลี่ยนมาใช้ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ที่สึกหรอแล้ว (ร่องดอกยางเหลือประมาณ 2 มิลลิเมตร มาใส่แทนที่ในรถคันเดิมอีก 3 รอบ เสร็จแล้วเทียบกับยางคู่แข่งในวิธีการแบบเดียวกันด้วยรอบเท่ากัน ซึ่งในระหว่างทดสอบก็มีการนำตุ๊กตาล้มลุกมาตั้งเปรียบเสมือนคนที่ตัดหน้ารถ เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพและระยะการเบรก
ภาพกราฟฟิกตัวเลขที่แสดงบนจอในแทร็คแบบเรียลไทม์ก็เห็นชัดเจนว่า ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มีระยะเบรกที่สั้นกว่าทุกแบรนด์ทุกสภาพยาง
จากนั้นทดสอบกันต่อในสถานีต่อไปความนุ่มเงียบ Noise & Comfort โดยรถที่ใช้มี 2 แบรนด์คือ Honda Accord และ Toyota Camry โดยใส่ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ และยางคู่แข่งสลับกันคันเว้นคัน แล้วขับผ่านแทร็คที่นำลวดมาวางขวางไว้กับพื้นลักษณะเป็นเหมือนรอยต่อของถนน มีความยาวตั้งแต่จุดปล่อยตัวถึงจุดจบของเส้นลวดประมาณ 200 เมตร จากนั้นให้สื่อมวลชนได้จับความรู้สึกถึงความต่างของยางแต่ละยี่ห้อ ซึ่ง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ก็ทำได้ดีกว่าคู่แข่งได้แต่ก็ไม่ถือว่ามากมายนักสำหรับการจับด้วยความรู้สึกของบุคคล ซึ่งจะให้ชัวร์คือต้องใช้เครื่องมือในการทดสอบ
สถานีสุดท้าย ‘ยิมคาน่า’ เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสถึงประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ โดยมีการแบ่งเป็น 2 แทร็ค คือ A-B ซึ่งในแทร็คแรกเป็นเสมือนให้ผู้ขับได้เกิดความคุ้นเคยกับไลน์สนามและคาแร็คเตอร์ของยาง จากนั้นค่อยใส่เต็มในแทร็คที่ 2 ก็ยังสามารถทำได้ ซึ่งทั้ง 2 รอบก็มีการจับเวลาและใช้เวลาดีที่สุดเพื่อจัดอันดับ
สรุปหลังจากได้ทดสอบยาง MICHELIN ‘Primacy 4′ สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือวิวัฒนาการที่ก้าวกระโดดสำหรับการคิดค้นและพัฒนาคุณสมบัติและประสิทธิภาพของยาง ให้มีความแตกต่างไปจากที่เคยมีมา โดยสิ่งสำคัญซึ่งส่งผลดีต่อผู้ใช้โดยตรงคือ ‘ความปลอดภัย’ ที่มีเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมถนนในด้านความปลอดภัย แม้ว่ายางนั้นผ่านใช้งานมาแล้วก็ตาม นอกจากนี้ก็ยังทำให้เจ้าของรถสามารถใช้งานยางได้ยาวนานคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
โดยยาง ‘Primacy 4′ เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ โดยมียางทั้งหมด 31 ขนาด ตั้งแต่ขอบ 15-19 นิ้ว ภายใต้ราคาที่ไม่ต่างจากรุ่น Primacy 3 ซึ่งครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์ชั้นนำหลายรุ่นหลายแบรนด์ เช่น Toyota Camry, Honda Accord, BMW 3 และ 5 Series, Mercedes Benz E Class และ C-Class รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายขณะขับขี่ ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ได้ที่เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th
รถไฟฟ้าที่น่าสนใจ...
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " TEST GROUP : MICHELIN ‘Primacy 4′ นุ่มเงียบปลอดภัย มั่นใจในทุกช่วงเวลาที่ใช้งาน "